คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 154/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานของรัฐงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องด้วยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149
การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ต้องเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ข่มขืนใจให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น เพื่อเป็นการตอบแทนการกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่
ย่อคำพิพากษา
กำนันจับผู้ต้องหาเรื่องลักทรัพย์และได้ปล่อยตัวผู้ต้องหาไป ไม่นำส่งต่อพนักงานสอบสวน โดยได้รับเงินจากผู้ต้องหาทั้ง 2 คนละ 250 บาท ดังนี้ ย่อมได้ชื่อว่าจำเลยงดเว้นไม่กระทำการตามหน้าที่อันเป็นการมิชอบ การกระทำของจำเลยจึงเป็นผิดตาม มาตรา 149
การกระทำที่จะเป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 จะต้องเป็นเรื่องที่จำเลยใช้อำนาจโดยมิชอบ และใช้อำนาจข่มขืนใจให้เขามอบให้หรือหาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่นโดยมิใช่เรื่องเรียก ฯลฯ ทรัพย์เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งเป็นการตอบแทน เช่น จำเลย แกล้งจับเขามาข่มขู่ขืนใจ เรียกเอาเงินทองเขาโดยไม่ปรากฏว่าเกิดการกระทำผิดขึ้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า จำเลยเป็นกำนันตำบลหนองงิ้ว ได้จับกุมนายเหล่าและนายสุระมาล่ามโซ่ขังไว้ที่บ้านเรือนจำเลยในข้อหาว่า คนทั้งสอง เป็นคนร้ายลักรถจักรยานรุ่งขึ้นจำเลยได้ปล่อยผู้ต้องหาทั้ง ๒ ไปเนื่องจากได้รับเงินจากคนทั้งสองคนละ ๒๕๐ บาท โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘, ๑๔๙, ๒๐๐
ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยมีผิดตามฟ้องแต่ให้ลงโทษตาม มาตรา ๑๔๘ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก ๓ ปี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยมีผิดตาม มาตรา ๑๔๙, ๒๐๐ ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี ตามมาตรา ๒๐๐ ซึ่งเป็นบทหนัก
โจทก์ฎีกา ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๔๘ และกำหนดโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยรับเงินไว้จากนายเหล่าและนายสุระซึ่งเป็นผู้ต้องหาว่าลักรถจักรยาน อันเป็นการกระทำตามตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยในฐานะที่เป็นกำนัน แล้วจำเลยได้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง ๒ ไม่นำส่งต่อพนักงานสอบสวน ย่อมได้ชื่อว่าจำเลยงดเว้นไม่กระทำการตามหน้าที่อันเป็นการมิชอบ การกระทำของจำเลยจึงเป็นผิดตาม มาตรา ๑๔๙
การกระทำที่จะเป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘ จะต้องเป็นเรื่องที่จำเลยใช้อำนาจโดยมิชอบ และใช้อำนาจข่มขืนใจให้เขามอบให้หรือหาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่นโดยมิใช่เรื่องเรียก ฯลฯ ทรัพย์เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งเป็นการตอบแทน เช่น จำเลย แกล้งจับเขามาข่มขู่ขืนใจ เรียกเอาเงินทองเขาโดยไม่ปรากฏว่าเกิดการกระทำผิดขึ้น
พิพากษาแก้กำหนดโทษให้จำคุกจำเลยไว้ ๓ ปี นอกนั้นยืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 154/2503
อัยการจังหวัดเลย โจทก์
นายจัด ศรีทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดเลย · จำเลย - นายจัด ศรีทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประจักษ์ศุภอรรถ · ไชยเจริญ สันติศิริ · เจริญ ฤทธิศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเลย - นายธวัช พึ่งชลารักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด นาวีเจริญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา