⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2120/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2120/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบเพื่อเรียกทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ส่วนการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเฉพาะแต่ตามหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้นั้นโดยตรง เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ย่อคำพิพากษา

การที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 นั้น จะต้องเป็นเจ้าพนักงานที่ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ส่วนมาตรา 157 นั้น จะต้องเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติเฉพาะแต่ตามหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้นั้นโดยตรงตามที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่นั้นๆ เท่านั้น ถ้าไม่เกี่ยวกับหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้นั้นโดยตรงแล้วย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรานี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.148 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ตำแหน่งสารวัตรปกครองป้องกัน ประจำสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมือง ปราจีนบุรี มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนคดีอาญาที่เกิดขึ้นภายในเขตอำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบกล่าวจูงใจ บ.ให้นำเงินมามอบให้จำเลย เพื่อจะช่วยเหลือ ส.ซึ่งถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมในข้อหาฆ่าผู้อื่น ให้หลุดพ้นจากคดีอาญา โดยจะติดต่อกับร้อยตำรวจตรี ว. พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนให้ทำคำสั่งไม่ฟ้อง ส. บ. ได้มอบเงินให้แก่จำเลยไปแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๓, ๑๔๘, ๑๕๗ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔, ๑๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๓ จำคุก ๓ ปี ข้อหาตามมาตรา ๑๔๘, ๑๕๗ ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘ และมาตรา ๑๔๗ ด้วย จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘ นั้น จะต้องเป็นเจ้าพนักงานที่ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ส่วนมาตรา ๑๕๗ นั้นจะต้องเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติเฉพาะแต่ตามหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้นั้นโดยตรงตามที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่นั้นๆ เท่านั้น ถ้าไม่เกี่ยวกับหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้นั้นโดยตรงแล้วย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรานี้ และคดีนี้ข้อเท็จจริงคงฟังได้เป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับคดีที่ ส.ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด การที่จำเลยเรียกและรับเงินจาก บ.เป็นเรื่องปฏิบัตินอกหน้าที่ แสดงว่าจำเลยไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ใดๆ เกี่ยวกับคดีที่ ส.เป็นผู้ต้องหาเลย การที่จำเลยเรียกและรับเงินไปจาก บ. จึงเป็นเรื่องปฏิบัตินอกสถานที่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2120/2523 พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี โจทก์ ร้อยตำรวจเอกระวิ พึ่งโต ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี · ล. - ร้อยตำรวจเอกระวิ พึ่งโต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิถี ปานะบุตร · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ไพบูลย์ เพียรรู้จบ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายสมชาย จุลนิติ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสำเนา ดิษยบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4789/2565ฎีกา 975/2531ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 955/2512ฎีกา 2907/2526ฎีกา 1491/2537ฎีกา 313/2526ฎีกา 198/2564ฎีกา 605/2511ฎีกา 2719/2528ฎีกา 3215/2538ฎีกา 1680/2532ฎีกา 4076/2534ฎีกา 7281/2537ฎีกา 852/2538ฎีกา 4392/2531ฎีกา 1337/2538ฎีกา 51/2502ฎีกา 5138/2537ฎีกา 13537/2553ฎีกา 1575/2518ฎีกา 2747/2529ฎีกา 4649/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา