⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1709/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1709/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าถูกคำสั่งย้ายไปปฏิบัติราชการที่อื่นชั่วคราว โดยยังคงมีครอบครัวอาศัยอยู่ในห้องเช่า และผู้เช่าก็ยังคงมีเจตนาจะกลับมาพักอาศัยในภายหลัง ถือว่าการเช่ายังไม่ระงับ ผู้เช่าจึงยังมีสิทธิในห้องเช่า และบุคคลในครอบครัวที่อาศัยอยู่ถือเป็นบริวารของผู้เช่า โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่

ย่อคำพิพากษา

ผู้เช่าเป็นตำรวจรถไฟ ได้เช่าห้องพิพาทเพื่ออยู่อาศัยในเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาผู้เช่าถูกทางราชการสั่งย้ายให้มารับราชการจังหวัดพระนคร โดยไปพักอยู่ที่กองรักษาการณ์รถไฟ จำเลยเป็นภริยาผู้เช่า ไปเรียนวิชาการช่างที่จังหวัดพระนคร และไปอยู่หอพัก ทั้ง 2 คนไปแต่ตัวมิได้ขนสิ่งของเครื่องใช้สำหรับครอบครัว มิได้อพยพเอาบุตรและแม่ยายของผู้เช่าตามไปด้วย ที่อยู่ของผู้เช่าและจำเลยในจังหวัด พระนครยังมิได้เป็นหลักแหล่ง โดยเฉพาะที่จำเลยไปเรียนการช่างก็เป็นไปชั่วคราวแล้วจะกลับมาประกอบอาชีพทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนฟ้องคดีนี้จำเลยก็ได้กลับมาอยู่ในห้องพิพาทแล้ว แม้พลตำรวจเกษมย้ายขาดจากตำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปประจำกองตำรวจรถไฟ แต่ก็ไม่ปรากฏชัดว่า ต้องไปประจำที่ จังหวัดที่พระนครเป็นเด็ดขาดหรือจะต้องควบคุมขบวนรถไฟไป ๆ มา ๆ ทางไหนบ้าง ในสำมะโนครัวมีชื่อผู้เช่าจำเลยและบุตรอยู่ในห้องพิพาท ผู้เช่ายังคงใช้สิทธิเป็นผู้เช่า โดยให้จำเลยกับบุตรและแม่ยายอยู่ในฐานะบริวาร การเช่ายังไม่ระงับ โจทก์ยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นบริวารของผู้เช่า (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 32/2503 และ ครั้งที่ 35/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.16

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า พลตำรวจเกษมได้เช่าห้องพิพาทของโจทก์ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชเพื่ออยู่อาศัย จำเลยเป็นบริวารของพลตำรวจเกษมได้ อยู่อาศัยในห้องพิพาทด้วยต่อมาพลตำรวจเกษมได้ ย้ายไปรับราชการจังหวัดพระนคร แต่จำเลยไม่ ยอมออกจากห้องพิพาท ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยเป็นบริวารของพลตำรวจเกษม เช่า ห้องพิพาทเพื่ออยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ โจทก์ไม่เคยบอกเลิกการเช่าและไม่เคยค้างชำระค่าเช่า ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า พลตำรวจเกษมถูกย้ายไปประจำจังหวัดพระนคร ขาดจากตำแหน่งทางจังหวัดนครศรีธรรมราช หมดความจำเป็นที่จะอยู่อาศัยต่อไปแล้ว จำเลยจะยกข้อต่อสู้ว่าพลตำรวจเกษมได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ มาใช้ยัน โจทก์หาได้ไม่ ส่วนจำเลยจะอยู่ในฐานะบริวารของพลตำรวจเกษม ไม่ใช่คู่สัญญากับโจทก์ การที่จำเลยอาศัยอยู่ต่อมาก็ไม่ใช่เรื่องที่โจทก์รับรองฐานะว่าจำเลยเป็นผู้เช่าคนใหม่ พิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พลตำรวจเกษมเช่าห้องพิพาทเป็นที่อยู่อาศัยอยู่ได้โดยมารับราชการในจังหวัดพระนคร แต่พลตำรวจเกษมก็ยังคงเช่าห้องโดยมีจำเลยซึ่งเป็นภริยาพลตำรวจเกษม นางผึ้งแม่จำเลยและนายอยู่ห้องพิพาท ได้ชระค่าเช่าให้โจทก์ตลอดมาจนกระทั่ง โจทก์ฟ้องก็ยังเช่าห้องพิพาทอยู่ การเช่ามิได้เลิก โจทก์จะฟ้องขับไล่จำเลยและอาศัยสิทธิของพลตำรวจเกษมหาได้ไม่ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่า พลตำรวจเกษมขาดจากการเช่าห้องของโจทก์แล้ว ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การที่พลตำรวจเกษมย้ายไปรับจังหวัดพระนคร โดยไปพักอยู่ที่กองรักษาการณ์รถไฟก็ดี การที่จำเลยซึ่งพลตำรวจเกษม ไปเรียนวิชาการช่างที่จังหวัดพระนคร และไปอยู่หอพัก ทั้ง ๒ คนไปแต่ตัวมิได้ขนสิ่งของเครื่องใช้สำหรับครอบครัว มิได้อพยพเอาบุตรและแม่ยายของผู้เช่าตามไปด้วย ที่อยู่ของผู้เช่าและจำเลยในจังหวัด พระนครยังมิได้เป็นหลักแหล่ง โดยเฉพาะที่จำเลยไปเรียนการช่างก็เป็นไปชั่วคราวแล้วจะกลับมาประกอบอาชีพทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนฟ้องคดีนี้จำเลยก็ได้กลับมาอยู่ในห้องพิพาทแล้ว แม้พลตำรวจเกษมย้ายขาดจากตำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปประจำกองตำรวจรถไฟ แต่ก็ไม่ปรากฏชัดว่า ต้องไปประจำที่ จังหวัดที่พระนครเป็นเด็ดขาดหรือจะต้องควบคุมขบวนรถไฟไป ๆ มา ๆ ทางไหนบ้าง ในสำมะโนครัวมีชื่อผู้เช่าจำเลยและบุตรอยู่ในห้องพิพาท ส่วนการที่นายภิญโญถูกฟ้องและนายผึ้งยอมออก ก็เป็นเรื่องของนางผึ้ง ไม่มีผลผูกพันพลตำรวจเกษมหรือจำเลยแต่อย่างใด ผู้เช่ายังคงใช้สิทธิเป็นผู้เช่า โดยให้จำเลยกับบุตรและแม่ยายอยู่ในฐานะบริวาร การเช่ายังไม่ระงับ โจทก์ยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นบริวารของผู้เช่า โจทก์ยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นบริวารของพลตำรวจ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1709/2503 นางฉาว สาราลักษณ์ โจทก์ นางบรรจบ ลัชชะเดช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางฉาว สาราลักษณ์ · จำเลย - นางบรรจบ ลัชชะเดช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไชยเจริญ สันติศิริ · พิทักษ์มนูศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - ม.ร.ว. พูน ศรีธวัช · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุธรรมานุวัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 216/2504ฎีกา 1139/2542ฎีกา 15106/2556ฎีกา 1508/2550ฎีกา 2615/2532ฎีกา 1375/2538ฎีกา 5230/2539ฎีกา 2783/2544ฎีกา 43/2537ฎีกา 961/2492ฎีกา 9776/2539ฎีกา 1431/2522ฎีกา 4985/2537ฎีกา 162/2512ฎีกา 338-339/2521ฎีกา 607/2537ฎีกา 1692/2500ฎีกา 4661/2555ฎีกา 2685/2534ฎีกา 2794/2523ฎีกา 8867/2554ฎีกา 11645/2554ฎีกา 1409/2533ฎีกา 7171-7182/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา