คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1734/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การกล่าวถ้อยคำที่ทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ต่อเมื่อผู้กระทำมีเจตนาใส่ความผู้อื่น
2. การให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา โดยมีเจตนาแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จเพื่อแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษ
ย่อคำพิพากษา
มารดาถูกขว้างด้วยก้อนอิฐ บุตรไม่เห็นคนขว้าง แต่ได้กล่าวต่อหน้าคนหลายคนว่า ไม่มีใครนอกจากอ้ายแก้ว (โจทก์) อ้ายชาติหมา อ้ายฉิบหาย ดังนี้ พฤติการณ์ในคดีแสดงว่าไม่มีเจตนาใส่ความให้โจทก์เสียชื่อเสียง หรือถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ไม่ผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326
ไปให้การเป็นพยานเท็จในชั้นสอบสวนว่า เห็นโจทก์เป็นผู้กระทำผิดอาญา โดยที่ความจริงไม่ได้เห็นเลยนั้น เป็นผิดฐานแจ้งความเท็จเพื่อแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 174 (ประชุใหญ่ครั้งที่ 35/2503)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ถูกขว้างด้วยก้อนอิฐโดยไม่เห็นคนขว้าง จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นบุตรจำเลยที่ ๒ ก็ไม่เห็นคนขว้างแต่ได้กล่าวต่อหน้าคนหลายคนว่า ไม่มีใครนอกจากอ้ายแก้ว (โจทก์) อ้ายชาติหมา อ้ายฉิบหาย แล้วจำเลยที่ ๒ ได้แจ้งความแก่ตำรวจ จำเลยที่ ๑ ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าเห็นโจทก์เป็นผู้ร้ายใช้ก้อนอิฐขว้างจำเลยที่ ๒
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาทใส่ความและแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒, ๑๗๔, ๓๒๖
่คดีสำหรับตัวจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อความที่จำเลยที่ ๑ กล่าวไม่ใช่คำยืนยันว่าโจทก์ขว้าง ไม่ใช่มุ่งจะทำลายชื่อเสียง ไม่ผิดฐานหมิ่นประมาทใส่ความ ส่วนการให้การต่อพนักงานสอบสวนนั้นยังห่างไกลต่อการที่จะทำให้โจทก์ได้รับโทษ คงมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามธรรมดาตามมาตรา ๑๗๒ เท่านั้น
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน สำหรับจำเลยที่ ๑
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ว่า
(๑) คำกล่าวของจำเลยที่ ๑ ไม่เป็นคำหมิ่นประมาทโจทก์เพราะพฤติการณ์ในคดีแสดงว่าจำเลยที่ ๑ ไม่มีเจตนาใส่ความให้โจทก์เสียชื่อเสียงหรือถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ไม่ผิดตามมาตรา ๗๒๖
(๒) การให้การเท็จของจำเลยที่ ๑ ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อประกอบต่อเนื่องกับคำแจ้งความกล่าวหาว่า โจทก์ทำผิดอาญา เป็นการกระทำโดยมีเจตนาแกล้งเพื่อให้โจทก์ต้องรับโทษ มีความผิดตามมาตรา ๑๗๔
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1734/2503
นายแก้ว อุดม โจทก์
นายเฮือนแก้ว นวลปันยอง ที่ 1
นางบัวเขียว นวลปันยอง ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายแก้ว อุดม · 1 - นายเฮือนแก้ว นวลปันยอง ที่ · จำเลย - นางบัวเขียว นวลปันยอง ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัยบัณฑิต · ไชยเจริญ สันติศิริ · พิทักษ์มนูศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำพูน - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร · ศาลอุทธรณ์ - นายสนาม นิลกำแหง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา