คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยกับพวกต้อนกระบือของผู้เสียหายไปในเวลาใกล้เคียงกับเวลาที่กระบือหายไป ถือเป็นพฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่าจำเลยมีเจตนาลักทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
กระบือของผู้เสียหายได้หายไปจากทำที่เลี้ยงเมื่อเวลาราว 14.00 น. พยานโจทก์ยืนยันว่า ได้พบจำเลยกับพวกต้อนกระบือของผู้เสียหายไปในวันเกิดเหตุเวลาราว 14.00 น. ซึ่งนับว่าเป็นระยะเวลากระชั้นชิดกับเวลากระบือของผู้เสียหายที่หายไป ดังนี้ กระกระทำของจำเลยย่อมเป็นผิดฐานลักทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๒๕ จำคุก ๓ ปี และให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีผิดฐานรับของโจรตามมาตรา ๓๕๗ จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน นอกจากแก้ยืนตามศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า กระบือของผู้เสียหายได้หายไปจากที่เลี้ยงเมื่อเวลาราว ๑๔.๐๐ บาท โจทก์มีพยานยันยืนว่า ได้พบจำเลยนี้กับพวกต้อนกระบือของผู้เสียหายไปในวันเกิดเหตุเวลาราว ๑๔.๐๐ น. ซึ่งนับว่าเป็นระยะเวลากระชั้นชิดกับเวลากระบือของเจ้าทรัพย์หาย รูปคดีน่าเชื่อว่า จำเลยกับพวกได้สมคบกับพวกลักระบือรายนี้
พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2503
อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์
นายสงค์ ชุมทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · จำเลย - นายสงค์ ชุมทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประจักษ์ศุภอรรถ · ไชยเจริญ สันติศิริ · เจริญ ฤทธิศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายช่วย สินเกษม · ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริหารพินิจฉยกิจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา