คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 735/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อพิพาทในคดีก่อนแล้ว การนำประเด็นข้อพิพาทเดียวกันมาฟ้องร้องใหม่ในคดีหลัง โดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ถือเป็นการฟ้องซ้ำต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
คดีก่อนโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้และศาลพิพากษาว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์จริงดังฟ้อง พิพากษาให้จำเลยชำระเงินกู้ตามฟ้อง คดีหลังจำเลยมาฟ้องขอให้เลิกถอนหนังสือสัญญากู้และคำพิพากษาดดังกล่าว โดยอ้างว่าสัญญากู้นั้นปลอม คำฟ้องในคดีหลังเท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์ไม่ได้กู้เงินของจำเลยดังที่จำเลยในคดีหลังฟ้องโจทก์ในคดีก่อนนั่นเอง คดีก่อนและคดีหลังจึงมีประเด็นข้อใหญ่อย่างเดียวกัน ว่าโจทก์นี้ได้กู้เงินจำเลยไปจริงตามหนังสือสัญญากู้ในคดีก่อนหรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดไว้ในคดีก่อนแล้ว ฉะนั้นฟ้องของโจทก์ในคดีหลังจึงเป็นการฟ้องร้องในประเด็นที่ศาลวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับในคดีก่อน ต้องตามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 แม้ในคดีหลังโจทก์จะกล่าวอ้างไม่ได้กู้เงินจากจำเลยเพราะเหตุอื่นใด ก็เป็นแต่เพียงรายละเอียดของประเด็นข้อใหญ่ที่กล่าวแล้ว จึงไม่ทำให้โจทก์นำคดีมาฟ้องร้องใหม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าคดีเรื่องก่อนโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ลงวันที่ ๒ เมษายน ๒๔๙๙ และศาลพิพากษาว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์จริงดังฟ้อง พิพากษาให้จำเลยชำระเงินกู้ตามฟ้อง
คดีนี้ จำเลยมาฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือสัญญากู้และคำพิพากษาดังกล่าว โดยอ้างว่า หนังสือสัญญากู้ดังกล่าวนั้นเป็นหนังสือปลอม
ศาลชั้นต้นพิจารณาฟ้องคดีหลัง นี้ แล้วเห็นว่า ฟ้องของโจทก์เป็นประเด็นอย่างเดียวกับประเด็นในคดีก่อน ฟ้องของโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ พิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน
ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า ฟ้องของโจทก์ในคดีหลังนี้เป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์ไม่ได้กู้เงินของจำเลยดังที่จำเลยฟ้องโจทก์ในคดีก่อนนั่นเอง คดีก่อนและคดีนี้จึงมีประเด็นข้อใหญ่อย่างเดียวกันว่า โจทก์นี้ได้กู้เงินจำเลยไปจริง ตามหนังสือสัญญากู้ในคดีก่อนหรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดไว้ในคดีก่อนแล้ว ฉะนั้น ฟ้องของโจทก์ในคดีหลังนี้จึงเป็นการฟ้องร้องในประเด็นที่ศาลวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ แม้โจทก์จะกล่าวอ้างว่าไม่ได้กู้เงินจากจำเลยเพราะเหตุอื่นใด ก็เป็นแค่เพียงรายละเอียดของประเด็นข้อใหญ่ที่กล่าวแล้ว จึงไม่ทำให้โจทก์นำคดีมาฟ้องร้องใหม่ได้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 735/2503
นายจม เสียงดัง โจทก์
นายปิ่น ยนชาเชิง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจม เสียงดัง · จำเลย - นายปิ่น ยนชาเชิง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · เจริญ ฤทธิศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายมงคล วัลยเพ็ชร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสวิง ลัดพลี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา