⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 947-958/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947-958/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่วัดยินยอมให้ใช้ที่ดินของวัดเป็นทางหลวง ถือเป็นการอุทิศที่ดินโดยปริยาย ซึ่งไม่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่วัดได้ยินยอมให้มีการขยายเขตถนนเดิมซึ่งได้ใช้เป็นทางหลวงอยู่แล้วเข้าไปในที่วัด และเมื่อทางหลวงนี้เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน กรณีจึงเป็นว่า วัดได้อุทิศที่ดินส่วนนี้โดยปริยาย ให้เป็นทางหลวง การอุทิศของวัดเช่นนี้มิได้ ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 41 เพราะกรณีเช่นนี้ ไม่เข้าลักษณะเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ตามที่กฎหมายนั้นระบุไว้ ฉะนั้น การที่จำเลยปลูกปักอาคารลงในเขตทางหลวงโดยมิได้รับอนุญาต ก็ย่อมเป็นความผิดตามกฎหมาย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 13/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม.41 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2482 ม.28

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างเดือน มกราคม ๒๕๐๑ ถึงกันยายน ๒๕๐๑ จำเลยทุกสำนวนบังอาจปลูกสร้างบ้านเรือนเป็นอาคารถาวรลงในเขตทางหลวงแผ่นดินสายตรัง - ปะ - เหลียน ตรงหลักกิโลเมตร ที่ ๒๐-๒๑ เป็นเนื้อที่ห้องละ ๓๕.๐๐ ตารางเมตร โดยจำเลยมิได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการทางหลวง ขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๔๘๔ (ที่ถูก ๒๔๘๒) มาตรา ๔, ๕, ๒๘, ๔๐ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๙ จำเลยทั้ง ๑๒ คน ให้การปฏิเสธต้องกันว่าจำเลยได้ปลูกสร้างบ้านเรือนมาช้านานหลายปีแล้ว คดีของโจทก์ขาดอายุความ ที่ดินที่จำเลยปลูกบ้านเรือนนี้เป็นที่ของวัดนิกรรังสฤษดิ์มาช้านานก่อนสร้างทางหลวงสายนี้ จำเลยได้เช่าจากวัดมาปลูกสร้าง หาใช่ปลูกในเขตทางหลวงแผ่นดินไม่ ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์นั้นจะโอนกรรมสิทธิ์ได้แต่โดย พระราชบัญญัติ (พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มาตรา ๘๔) ตอนนี้ยังมิได้โอน จึงยังเป็นที่วัดอยู่ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ห้องแถวของจำเลยอยู่ในที่ดินของวัด ซึ่งถูกขยายเป็นถนนหลวง แต่ยังมิได้โอนไปตามพระราชบัญญัติ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้ง ๑๒ สำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้ง ๑๒ สำนวนมีความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๒๘ และแก้ไขฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๙ ให้ปรับจำเลยคนละ ๒๐๐ บาท โจทก์ทั้ง ๑๒ สำนวน ฎีกา ศาลฎีกาได้ประชุมใหญ่เห็นว่า จริงอยู่ได้มีพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๑ บัญญัติว่า ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์จะโอนกรรมสิทธิ์ได้แต่โดยพระราชบัญญัติ แต่ในคดีนี้ วัดได้ยินยอมให้มีการขยายเขตถนนเดิมซึ่งได้ใช้เป็นทางหลวงอยู่แล้วเข้าไปในที่วัด และเมื่อทางหลวงนี้เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) กรณีจึงเป็นว่า วัดได้อุทิศที่ดินส่วนนี้โดยปริยาย ให้เป็นทางหลวงและศาลฎีกาเห็นว่า การอุทิศของวัดเช่นนี้มิได้ ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๑ เพราะกรณีเช่นนี้ ไม่เข้าลักษณะเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ตามที่กฎหมายนั้นระบุไว้ เมื่อเช่นนี้ การที่จำเลยปลูกปักอาคารลงในเขตทางหลวงโดยมิได้รับอนุญาต ก็ย่อมเป็นความผิดตามกฎหมาย ที่โจทก์อ้างมา ข้อต่อสู้เรื่องไม่เจตนา ฟังไม่ขึ้น เพราะเมื่อจำเลยปลูกสร้างอาคารใน พ.ศ. ๒๕๐๑ นั้น สภาพของเขตทางหลวงได้มีอยู่แล้ว และรั้วของวัดก็อยู่นอกเขตนี้ด้วย พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947 - 958/2503 อัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายเด่ง แซ่เล้า จำเลย ฯลฯ รวม 12 สำนวน

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายเด่ง แซ่เล้า · สำนวน - ฯลฯ รวม 12
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญญา ธรรมศักดิ์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · ประจักษ์ศุภอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายมั่น จุติกุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารกิจปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 948/2501ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1259/2496ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 3473/2525ฎีกา 3803/2538ฎีกา 2978/2553ฎีกา 5832/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา