⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1111/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำให้เสียทรัพย์ไม่จำเป็นต้องทำให้เสียหายถึงขนาดหรือทำโดยแกล้ง หากผู้กระทำได้ทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นที่ยังคงหวงแหนอยู่ ก็ถือว่ามีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์แล้ว

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา ทำลายทรัพย์ของผู้อื่นซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินที่ผู้นั้นอพยพย้ายออกไปจากที่ดินนั้นแล้ว ไม่ว่าที่ดินนั้นจะเป็นที่สาธารณะหรือของบุคคลใดก็ดี หากบุคคลนั้นยังหวงแหนว่าทรัพย์นั้นเป็นของตนอยู่ก็ถือว่า มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำให้เสียหายถึงขนาดหรือทำโดยแกล้ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินปลูกเคหะสถานอยู่อาศัยของนายเหรียญ แล้วตัดฟังทำลายต้นผลไม้พืชผลของนายเหรียญ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘,๓๕๙,๓๖๒,๓๖๓,๓๖๕,๘๓,๘๔ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินที่ผู้เสียหายหาว่าจำเลยบุกรุกเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินซึ่งนายอำเภออ้างว่าเป็นที่สาธารณ และฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินในคดีแพ่งแดงที่ ๑๕/๒๔๙๕ เมื่อจำเลยชนะคดีก็เข้าใจว่าเป็นที่ดินของจำเลย จำเลยเข้าปราบที่นี้ จึงยังถือว่ามีเจตนาบุกรุกไม่ได้ ส่วนความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ฟังว่า จำเลยไม่มีอำนาจทำลายพืชผลที่ผู้เสียหายปลูกไว้ จำเลยจึงมีความผิด โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษบุกรุกด้วย จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องฐานทำให้เสียทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ไม่น่าเชื่อว่าผู้เสียหายจะปลูกพืชผล และจำเลยตัดฟันจริง จึงยกฟ้องฐานทำให้เสียทรัพย์ด้วย โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ข้อหาฐานบุกรุกโดยอาศัยข้อเท็จจริงเดียวกันจึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ ส่วนความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยตัดฟันทำลายทรัพย์ของผู้เสียหายจริง ถึงแม้ผู้เสียหายจะรื้อกระท่อมไปแล้วก็ดี แต่ทรัพย์เหล่านั้นผู้เสียหายก็ยังกล่าวฝากเพื่อนบ้านให้ดูแลไว้ แสดงว่ายังหวงแหนเป็นของตนอยู่ และการทำลายทรัพย์ผู้อื่นนี้ เมื่อเห็นผลอยู่แล้วว่าทำให้ทรัพย์ของเขาเสียหายก็พอแล้ว ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำให้เสียหายถึงขนาดแกล้ง พิพากษาแก้ บังคับคดีลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2504 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายบุญมา เกษมวัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายบุญมา เกษมวัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · ไชยเจริญ สันติศิริ · สารกิจปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายจำรัส ทัพแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายสำราญ ศิริพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 6668/2551ฎีกา 2360/2539ฎีกา 705/2507ฎีกา 700/2506ฎีกา 3805/2528ฎีกา 2875/2547ฎีกา 3863/2525ฎีกา 2560/2527ฎีกา 699/2502ฎีกา 101/2482ฎีกา 15717/2553ฎีกา 231/2518ฎีกา 1689/2566ฎีกา 1533/2530ฎีกา 218/2555ฎีกา 1211/2536ฎีกา 483/2520ฎีกา 452/2532ฎีกา 3981/2534ฎีกา 5543/2534ฎีกา 193/2495ฎีกา 1552/2568ฎีกา 2803/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา