⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1187/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1187/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทายาทผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินรวมกันหลายคน ไม่มีสิทธิเอาทรัพย์สินทั้งหมดไปขายโดยลำพังได้ และศาลไม่อาจบังคับให้ขายทรัพย์สินทั้งหมดแก่ผู้ซื้อได้ หากผู้ซื้อไม่ทราบส่วนกรรมสิทธิ์ของผู้ขายที่แท้จริง แต่สัญญาจะซื้อขายนั้นไม่เป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินพิพาทเป็นกองมรดกยังมิได้แบ่งปันกันระหว่างทายาทหลายคน ทายาทคนหนึ่งไม่มีสิทธิที่จะเอาไปขายทั้งหมดโดยลำพังได้ ถ้าผู้ซื้อฟ้องศาลขอให้บังคับทายาทผู้นั้นโอนขายที่ดินพิพาททั้งหมดโดยไม่ทราบว่าส่วนของทายาทผู้นั้นมีเนื้อที่เท่าใด ศาลย่อมไม่อาจบังคับให้ขายให้แก่ผู้ซื้อได้ แต่สัญญาจะซื้อขายนั้นไม่เป็นโมฆะ พระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชซึ่งทรงให้จัดแบ่งมรดกของเจ้ามรดกให้แก่ทายาทตามส่วน ย่อมใช้บังคับได้ตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1361

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ โอนขายที่ดินตามสัญญาให้แก่โจทก์และขอให้จำเลยที่ ๒ ถอนคำร้องขอโฉนดที่ยื่นไว้ต่อเจ้าพนักงาน จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์จริงแต่เป็นการพ้นวิสัยที่จำเลยจะปฏิบัตตามสัญญาได้ เพราะที่ดินพิพาทเป็นมรดกของกรมหลวงชุมพรฯ ตกทอดได้แก่ทายาทรวม ๙ คน ยังมิได้แบ่งปันกัน โจทก์ทราบดีอยู่แล้ว จำเลยที่ ๒ ให้การว่าจำเลยเป็นทายาทของกรมหลวงชุมพรฯ พร้อมด้วยทายาทผู้มีสิทธิได้ร้องขอออกโฉนดที่ดินรายนี้ตามสิทธิที่จะร้องได้ จำเลยที่ ๒ มิได้รู้เห็นหรืออนุญาตให้จำเลยที่ ๑ ขายที่ดินที่พิพาท นางกิมล้วนร้องสอดว่า มีสิทธิเป็นเจ้าของในที่พิพาทตอนหนึ่งโดยกรมหลวงชุมพรฯ ได้ทรงยกให้บิดาผู้ร้อง ๆ รับมรดกครอบครองมาจนได้สิทธิ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การแก้คำร้องสอดว่า กรมหลวงชุมพรฯ มิได้ยกที่ดินให้แก่บิดาผู้ร้องสอด บิดาผู้ร้องสอดและผู้ร้องสอดเช่าที่ดินที่ผู้ร้องสอดอยู่อาศัย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้ที่ดินผู้ร้องสอดอ้างสิทธิครอบครองตกเป็นของผู้ร้องสอด โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์มีสิทธิในที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของจำเลยที่ ๑ ในจำนวน ๑ ใน ๙ ส่วน และให้ยกคำร้องของผู้ร้องสอด โจทก์จำเลยและผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทเป็นกองมรดกของกรมหลวงชุมพรฯ ยังมิได้แบ่งปันกันระหว่างทายาท ทายาท ๙ องค์จึงเป็นเจ้าของรวมกันอยู่ในที่พิพาท จำเลยที่ ๑ จึงไม่มีสิทธิที่จะเอาไปขายทั้งหมดโดยลำพังได้ และวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ มีส่วนเป็นเจ้าของในที่พิพาทเพียง ๒ ใน ๒๓ ส่วน ตามพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ ๗ ลงวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๗๒ ซึ่งเป็นพระบรมราชโองการในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชใช้บังคับได้ตามกฎหมาย แต่ยังทราบไม่ได้ว่าส่วนของจำเลยมีเนื้อที่เท่าใด สัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์กลับจำเลยที่ ๑ ไม่เป็นโมฆะ แต่โจทก์ฟ้องให้โอนขายที่พิพาททั้งหมด เมื่อมีทั้งหมดไม่ใช่ของจำเลยที่ ๑ คนเดียว จึงบังคับให้โอนที่ทั้งแปลงดังโจทก์ขอมาไม่ได้ ในส่วนคำร้องสอดของผู้ร้องสอดนั้น ศาลฎีกาฟังว่า ผู้ร้องสอดได้อยู่ในที่รายนี้โดยอาศัยสิทธิการเช่าการบิดา พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะไปว่ากล่าวเอาแก่จำเลยที่ ๑ ในส่วนอันเป็นของจำเลยที่ ๑ โดยเฉพาะ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1187/2504 ส.ต.อ.เทียน ศรีสน ที่ 1 นายตง มากบำรุง ที่ 2 โจทก์ นางจารุภัตรา ศุภชลาศัยที่ 1 ม.จ.เริงจิตร์แจรง อาภากร ที่ 2 จำเลย นางกิมล้วน สินอาษา ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความ1 - ส.ต.อ.เทียน ศรีสน ที่ · โจทก์ - นายตง มากบำรุง ที่ 2 · 1 - นางจารุภัตรา ศุภชลาศัยที่ · จำเลย - ม.จ.เริงจิตร์แจรง อาภากร ที่ 2 · ผู้ร้องสอด - นางกิมล้วน สินอาษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สุทธิวาทนฤพุฒิ · สอาด นาวีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชุมพร - นายโกวิท ถิระวัฒน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3740-3741/2542ฎีกา 5459/2537ฎีกา 6789/2541ฎีกา 1980/2494ฎีกา 1766-1767/2492ฎีกา 761/2503ฎีกา 5423/2553ฎีกา 3259/2525ฎีกา 1905/2538ฎีกา 3457/2538ฎีกา 1741/2522ฎีกา 8329/2543ฎีกา 3480/2538ฎีกา 4227/2540ฎีกา 1680/2494ฎีกา 2159/2517ฎีกา 591/2508ฎีกา 421/2494ฎีกา 1454/2551ฎีกา 1543/2536ฎีกา 952/2522ฎีกา 596/2506ฎีกา 856/2490ฎีกา 934/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา