คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้ศาลมีคำสั่งให้แบ่งส่วนหรือให้กันส่วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ไม่จำเป็นต้องระบุขอให้กันส่วนในจำนวนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดด้วย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำยึดที่นาพิพาทเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรวมในที่นาพิพาท ขอให้ศาลมีคำสั่งให้แบ่งส่วนหรือให้กันส่วนของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287ออกจำนวน 21 ไร่ 1 งาน 5 วา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 67(4) ก็มิได้กำหนดว่าคำร้องขอส่วนแบ่งเช่นกรณีของผู้ร้องจะต้องระบุว่าขอให้กันส่วนในจำนวนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดด้วยถือได้ว่าตามคำร้องของผู้ร้องได้ขอให้แบ่งส่วนให้ผู้ร้องด้วย มิได้ขอให้กันส่วนเป็นที่ดินแต่อย่างเดียวชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 287 แล้ว จะต้องรับคำร้องของผู้ร้องไว้วินิจฉัยชี้ขาดต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากจำเลยเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่นาพิพาทเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทั้งสองมีส่วนเป็นเจ้าของรวมในที่นาพิพาท2 ใน 4 ส่วน คิดเป็นเนื้อที่ 21 ไร่ 1 งาน 5 วา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้แบ่งส่วนหรือให้กันส่วนของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 287 ออก 21 ไร่ 1 งาน 5 วา
โจทก์ให้การว่า ที่นาพิพาทจำเลยเป็นเจ้าของ 3 ใน 4 ส่วน โจทก์มีสิทธิยึดมาขายทอดตลาดชำระหนี้ได้
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง
ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องของผู้ร้องได้ขอให้แบ่งส่วนให้ผู้ร้องด้วย ผู้ร้องมิได้ขอให้กันส่วนของผู้ร้องเป็นที่ดินแต่อย่างเดียว และในการขอแบ่งทรัพย์สินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์รวม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1364 ได้บัญญัติถึงวิธีการแบ่งว่าให้เจ้าของรวมตกลงกันเองก่อน หากตกลงกันไม่ได้ศาลมีอำนาจสั่งให้ประมูลราคากันเอง หรือขายทอดตลาดฉะนั้นเมื่อตามกฎหมายผู้ร้องไม่มีสิทธิที่จะขอให้กันส่วนของผู้ร้องได้ศาลก็จะต้องพิจารณาแบ่งส่วนให้ผู้ร้อง โดยนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกัน อีกประการหนึ่งในการขอส่วนแบ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 บัญญัติแต่เพียงว่า การบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่กระทบกระทั่งถึงบุริมสิทธิหรือสิทธิอื่น ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกอาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินนั้นได้ตามกฎหมายส่วนที่เกี่ยวกับคำร้องของผู้ร้อง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67(4) บัญญัติว่า คำร้องจะต้องระบุใจความและเหตุผลถ้าจำเป็นแห่งคำคู่ความหรือเอกสารเท่านั้น มาตรา 67(4)มิได้กำหนดว่าคำร้องขอส่วนแบ่ง เช่นกรณีของผู้ร้องจะต้องระบุว่าขอให้กันส่วนในจำนวนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยศาลฎีกาเห็นว่าคำร้องของผู้ร้องทั้งสองชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 แล้ว ศาลจะต้องรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับคำร้องของผู้ร้องไว้วินิจฉัยโดยเห็นว่า ผู้ร้องมิได้ร้องขอให้แบ่งส่วนในจำนวนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังขึ้น ให้รับคำร้องของผู้ร้องทั้งสองไว้พิจารณาในข้อที่ว่าผู้ร้องทั้งสองมีสิทธิที่จะขอให้แบ่งส่วนของตนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287
พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาไปตามรูปความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2524
นายอนันต์ ศรีมงคล โจทก์
นางกอบ สุขันธ์ จำเลย
นายทวี สุขันธ์ กับพวก ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอนันต์ ศรีมงคล · จำเลย - นางกอบ สุขันธ์ · ผู้ร้อง - นายทวี สุขันธ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · ศักดิ์ สนองชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา