คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 479/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้สิทธิเรียกร้องโดยรู้ว่าตนไม่มีสิทธิ หรือรู้ว่าการใช้สิทธินั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นเกินสมควร เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
ย่อคำพิพากษา
มารดาโจทก์ทำสัญญามัดจำขายสวนยางมรดกพิพาทให้แก่จำเลย โจทก์ซึ่งเป็นทายาทร่วมกับมารดาได้รู้เห็นยินยอมด้วย ทั้งได้รับเงินส่วนแบ่งค่าขายสวนยางพิพาทไปจากมารดาด้วยแล้ว โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยอ้างว่าสวนยางเป็นของโจทก์ ดังนี้ ย่อมเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของสวนยางพิพาท ได้มาโดยได้รับมรดกจากบิดาผู้ตายเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ และได้ตกลงกับนายซุ้ยมารดา ๆ ให้แก่โจทก์ โจทก์จึงครอบครองตลอดมา เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๐๓ จำเลยได้ฟ้องนางซุ้ยมารดาโจทก์คือ คดีแพ่งแดงที่ ๔๘๑/๒๕๐๓ โดยอ้างว่า นายซุ้ยได้ตกลงทำสัญญามัดจำขายที่สวนยางดังกล่าวให้จำเลย ซึ่งความจริงนางซุ้ยได้สละสิทธิไปมีสามีใหม่ ไม่เกี่ยวข้องกับที่สวนยางแปลงนี้แล้ว โจทก์ทราบจึงได้ร้องคัดค้าน แต่ในวันนัดไต่สวนคำร้อง ทนายของโจทก์ก็ป่วยและตัวโจทก์ก็ไม่ทราบเรื่อง ศาลจึงสั่งยกคำร้องของโจทก์ จำเลยกับนางซุ้ยจึงได้ทำยอมความโอนสวนยางพิพาทให้จำเลยเสีย โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ ขอให้ศาลพิพากษาว่าสวนยางพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกละขอให้พิพากษาว่าคำพิพากษาตามยอมคดีแพ่งแดงที่ ๔๘๑/๒๕๐๓ ไม่ผูกพันโจทก์
จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของนางซุ้ยมารดาโจทก์ หาใช่ของโจทก์ไม่ นางซุ้ยทำสัญญารับมัดจำขายให้จำเลยแล้วโดยโจทก์ก็ทราบดีในการทำสัญญานี้ ทั้งโจทก์ก็ได้รับราคาสวนไปจากนางซุ้ยถึง ๖,๐๐๐ บาท คดีโจทก์ขาดอายุความและเป็นฟ้องซ้ำ ทั้งโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง คำพิพากษาคดีแพ่งแดงที่ ๔๘๑/๒๕๐๓ ไม่ผูกพันโจทก์
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์นำสืบไม่ตรงกับที่ฟ้อง และที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่านางซุ้ยมารดาได้สละสิทธิยอมแบ่งที่พิพาทให้เป็นของโจทก์มาช้านานแล้วนนั้นเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจากคำพยานที่ปรากฏในสำนวน เพราะโจทก์เบิกความรับว่าบิดาตายแล้วถึง ๓ ปี นางซุ้ยจึงได้ออกจากที่พิพาทไปมีสามีใหม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยเชื่อตามคำพยานจำเลยและฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อนางซุ้ยทำสัญญามัดจำขายสวนยางพิพาทให้จำเลยนั้น โจทก์ได้รู้เห็นยินยอมจริง ทั้งได้รับเงินส่วนแบ่งไปจากนางซุ้ยมารดาค่าขายสวนยางพิพาทไป ๖,๐๐๐ บาทด้วย ฉะนั้น การที่โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยอ้างว่าสวนยางพิพาทเป็นของโจทก์นั้น จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต พิพากษากลับคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองโดยให้ยกฟ้องโจทก์เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 479/2506
นายเหลื่อม สิทธิชัย โจทก์
นายเอื้อม อ่อนสนิท ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเหลื่อม สิทธิชัย · ล. - นายเอื้อม อ่อนสนิท |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สำราญ ศิริพันธ์ · ชวน สิงหลกะ · คร้าม สิวายะวิโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายไพบูลย์ นิมิตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา