คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนตามมาตรา 228 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ผู้กระทำต้องมีเจตนาให้เกิดภยันตรายนั้นโดยตรง จะนำหลักการเล็งเห็นผลตามมาตรา 59 วรรค 2 มาปรับใช้ไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนตามมาตรา 228 แห่งประมวลกฎหมายอาญา นั้น จำเลยจะต้องมีเจตนาให้เกิดอุทกภัยโดยตรง จะยกเอาการเล็งเห็นผลของการกระทำตามมาตรา 59 วรรค 2 มาใช้ไม่ได้
ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 26/2504
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจร่วมกันทำทำนบปิดกั้นน้ำในคลองสาธารณมิให้น้ำไหลผ่านไปโดยสะดวก ทำให้น้ำท่วมสวนยางพาราและไร่นาของบุคคลอื่นเสียหาย ขอให้ลงโทษ
จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒๘, ๘๓ จำคุกคนละ ๓ เดือน ปรับคนละ ๙๐๐๐ บาท ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุกคนละ ๒ เดือน ปรับคนละ ๖๐๐ บาท โทษจำให้รอไว้ ๓ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันทำทำนบปิดกั้นน้ำในลำคลองสาธารณขึ้นใหม่ ไม่ใช่ซ่อมแซมทำนบเก่าดังที่จำเลยต่อสู้ จำเลยทำทำนบสูงเสมอตลิ่ง น้ำจึงได้ท่วมที่สวนที่นาของผู้เสียหาย ต้นยางตายเป็นจำนวนมากและที่นาก็ทำนาไม่ได้ ก่อนที่จำเลยจะทำทำนบเมื่อถึงหน้าน้ำ น้ำจะท่วมที่สวนที่นาเพียงวันสองวันก็แห้งลงคลองไป ไม่ถึงกับทำให้ต้นยางตาย
ปัญหามีว่า การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๒๘ หรือไม่ มาตรา ๒๒๘ บัญญัติว่า " ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อให้เกิดอุทกภัย... ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น..." ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เพื่อให้เกิดอุทกภัยตามมาตรานี้จำเลยจะต้องมีเจตนาให้เกิดอุทกภัยโดยตรง จะยกเอาการเล็งเห็นผลของการกระทำตามมาตรา ๕๙ วรรค ๒ มาใช้ไม่ได้ แต่เจตนาของบุคคลเป็นเรื่องในใจ ต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นเรื่องๆ ไป เป็นเครื่องชี้เจตนา สำหรับเรื่องนี้ตามพฤติการณ์ที่กล่าวข้างต้น แสดงว่าการทำทำนบปิกั้นคลองของจำเลยเพื่อเจตนาจะให้เกิดอุทกภัยเพราะนาจำเลยอยู่ในที่สูง สวนยางและนาผู้เสียหายอยู่ในที่ต่ำกว่า จำเลยย่อมตั้งใจให้เกิดอุทกภัยแก่สวนและนาของผู้เสียหาย น้ำจึงจะไหลเข้าถึงนาของจำเลย ยิ่งกว่านี้ เมื่อเกิดอุทกภัยแล้วทางการสั่งให้เปิดทำนบ จำเลยก็ไม่ยอมเปิด แสดงให้เห็นชัดว่าจำเลยเจตนาทำให้เกิดอุทกภัยตลอดมา จำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒๘
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2504
อัยการจังหวัดตรัง โจทก์
นายเจิม คงทรัพย์ ที่ 1
นายชื่น คงทรัพย์ ที่ 2
นายช่วง คงทรัพย์ ที่ 3
นายชูด คงทรัพย์ ที่ 4 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดตรัง · 1 - นายเจิม คงทรัพย์ ที่ · 2 - นายชื่น คงทรัพย์ ที่ · 3 - นายช่วง คงทรัพย์ ที่ · จำเลย - นายชูด คงทรัพย์ ที่ 4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บริรักษ์จรรยาวัตร · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สอาด นาวีเจริญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายไพบูลย์ นิมิตรกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายเพรียง โรจนรัส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา