⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1248/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การมอบอำนาจให้บุคคลในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเป็นโจทก์ฟ้องคดีแทน เป็นการมอบอำนาจให้แก่ตำแหน่งนั้น ไม่ใช่ตัวบุคคล * ผู้รักษาการแทนในตำแหน่งที่ได้รับมอบอำนาจให้เป็นโจทก์ มีอำนาจลงลายมือชื่อเป็นโจทก์ในคำฟ้องแทนได้ * การฟ้องร้องผู้รับจ้างเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันการชำรุดบกพร่องได้ปรากฏขึ้นตามมาตรา 601 หมายถึง การฟ้องร้องในเมื่อได้รับมอบการที่ว่าจ้างนั้นแล้ว * การเรียกเงินคืนในกรณีผู้ว่าจ้างชำระค่าจ้างไปก่อนงานเสร็จโดยยังมิได้รับมอบงาน และงานนั้นวินาศลง เป็นการเรียกเงินฐานผิดสัญญา ไม่ใช่ฐานลาภมิควรได้

ย่อคำพิพากษา

หนังสือมอบอำนาจมีข้อความว่า "โดยหนังสือนี้ กรมโยธาเทศบาล (โดยหลวงสัมฤทธิวิศวกรรม อธิบดีกรมโยธาเทศบาล) ได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขุมพร (โดยนายแสวง ทิมทอง) เป็นโจทก์ฟ้องนายชิต เทศพิทักษ์ ผู้รับเหมาก่อสร้างสะพานฯ ซึ่งไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขฯ เป็นเหตุให้สะพานฯ ชำรุดและพัง ฯลฯ" เป็นการมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร โดยตำแหน่งหน้าที่เป็นโจทก์ฟ้องจำเลย ไม่ใช่มอบอำนาจให้นายแสวง ทิมทอง เป็นส่วนตัว ฟ้องจำเลย (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 35/2504) กรมโยธาเทศบาลมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฟ้องคดีแทน ปลัดจังหวัดในฐานะผู้รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจลงลายมือชื่อเป็นโจทก์ในคำฟ้องแทนได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 601 ที่ห้ามมิให้ฟ้องผู้รับจ้างเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันการชำรุดบกพร่องได้ปรากฏขึ้นนั้น หมายถึง การฟ้องร้องในเมื่อได้รับมอบการที่ว่าจ้างนั้นแล้ว การที่ผู้จ้างชำระค่าจ้างให้ผู้รับจ้างไปก่อนงานเสร็จโดยยังมิได้รับมอบงานที่ทำ งานนั้นวินาศลงและผู้ว่าจ้างเรียกเงินคืน เป็นกรณีเรียกเงินฐานผิดสัญญา มิใช่ฐานลาภมิควรได้จะนำอายุความตามมาตรา419 มาใช้ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.419 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.601 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2499 ม.11

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า กรมโยธาเทศบาลเรียกประกวดราคาสร้างสะพาน จำเลยเป็นผู้ประกวดได้ โจทก์ที่ ๒ โดยอนุมัติของกรมโยธาเทศบาลและได้รับอนุญาตจากโจทก์ที่ ๑ จึงทำสัญญาก่อสร้างสะพานกับจำเลยๆ ก่อสร้างไม่เรียบร้อยตามสัญญา โจทก์ไม่ยอมรับมอบสะพาน การก่อสร้างชะงักอยู่จนถูกน้ำและสวะปะทะพังลง ตามสัญญาจำเลยเป็นผู้จัดหาสัมภาระสะพานพังก่อนส่งมอบโดยมิใช่การกระทำของโจทก์ สินจ้างเป็นอันไม่ต้องใช้ แต่ในระหว่างก่อสร้าง จำเลยได้รับเงินค่าจ้างเหมาไป ๓๔๗,๐๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินนี้พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญารับจ้างก่อสร้างสะพานตามฟ้องจริง แต่โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะไม่ใช่คู่สัญญา และโจทก์ที่ ๒ ไม่มีอำนาจฟ้องแทนโจทก์ที่ ๑ เพราะไม่ใช่ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่ ๑ คดีขาดอายุความแล้วจำเลยไม่ผิดสัญญา ผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานและได้จ่ายค่าจ้างให้เป็นงวดๆ แล้ว สะพานพังลงโดยภัยธรรมชาติและความผิดของผู้ว่าจ้างเอง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ขอค้านของจำเลยเรื่องอำนาจฟ้องฟังไม่ขึ้น เรื่องนี้เป็นสัญญาจ้างทำของ จำเลยเป็นผู้จัดหาสัมภาระ สะพานพังลงก่อนรับมอบกัน ความวินาศมิได้เป็นเพราะการกระทำของโจทก์ สินจ้างเป็นอันไม่ต้องใช้ โจทก์จ่ายสินจ้างไปแล้วจึงมีสิทธิเรียกคืนได้ แต่คดีขาดอายุความ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๐๑ แล้ว และการเรียกสินจ้างที่จ่ายล่วงหน้าคืนเป็นเรื่องลากมิควรได้ คดีจึงขาดอายุความตามมาตรา ๔๑๙ ด้วย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๒ ในฐานะปลัดจังหวัดรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจเซ็นคำฟ้องแทนผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งกรมโยธาฯ โจทก์ที่ ๑ ได้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฟ้องแทน แต่ไม่มีอำนาจฟ้องในฐานะส่วนตัว คดียังไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๐๑ และไม่ใช่กรณีลาภมิควรได้ ไม่ขาดอายุความตามมาตรา ๔๑๙ สะพานพังก่อนผู้ว่าจ้างรับมอบและไม่ใช่เพราะการกระทำของผู้ว่าจ้าง จำเลยต้องรับผิดตามมาตรา ๖๐๓ พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ที่ ๑ ฟ้องของโจทก์ที่ ๒ ให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ๑ นายคีรีปลัดจังหวัดลงลายมือชื่อเป็นโจทก์ในคำฟ้องในฐานะผู้รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ย่อมมีอำนาจกระทำแทนผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๑๑ กรมโยธาเทศบาลมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฟ้องคดีนี้แทนนายคีรีลงลายมือชื่อท้ายคำฟ้อง ในฐานะผู้รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด จึงชอบแล้วตามหนังสือมอบอำนาจของกรมโยธามีข้อความว่า "โดยหนังสือนี้ กรมโยธาเทศบาล (โดยหลวงสัมฤทธิวิศวกรรม อธิบดีกรมโยธาเทศบาล) ได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร (โดยนายแสวง ทิมทอง) เป็นโจทก์ฟ้องนายชิต เทศพิทักษ์ ผู้รับเหมาก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำหลังสวน ซึ่งไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขตามสัญญาที่ ๓/๒๔๙๔ เป็นเหตุให้สะพานข้ามแม่น้ำหลังสวนชำรุดและพัง ฯลฯ " เป็นการมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร โดยตำแหน่งหน้าที่เป็นโจทก์ฟ้องจำเลย หาใช่มอบอำนาจให้นายแสวง ทิมทอง เป็นส่วนตัวฟ้องจำเลยไม่ เป็นการมอบและรับมอบอำนาจต่อกันในทางราชการ การที่ระบุชื่อไว้ในวงเล็บนั้น ฟังได้เพียงว่า ขณะมอบอำนาจนั้น นายแสวง ทิมทอง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรหาใช่เป็นการจำกัดเฉพาะตัวนายแสวงไม่ ๒. ตามสัญญาไม่ได้กำหนดว่าจะส่งงานรับงานกันเป็นส่วนๆ การที่โจทก์จ่ายเงินให้จำเลยไปเป็นงวดๆ จะถือว่ารับมอบงานแล้วไม่ได้ จำเลยก่อสร้างผิดจากรายการก่อสร้างและไม่ถูกต้องเรียบร้อย จึงยังไม่มีการรับมอบสะพาน ต่อมาสะพานถูกกระแสน้ำและสวะพัดพัง จำเลยต้องรับผิดชอบ ๓. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๐๑ ที่บัญญัติห้ามมิให้ฟ้องผู้รับจ้างเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่การชำรุดบกพร่องได้ปรากฎขึ้นนั้น เป็นบทบัญญัติสำหรับกรณีความชำรุดบกพร่องดังกล่าวไว้ในมาตราก่อนๆ คือ หมายถึงการฟ้องร้องในเมื่อได้รับมอบการที่ว่างจ้างนั้นแล้ว ฉะนั้น จะนับอายุความตั้งแต่วันชำรุดบกพร่องเกิดขึ้นก่อนการส่งมอบดังกรณีนี้ไม่ได้ และการที่ผู้จ้างชำระค่าจ้างให้ผู้รับจ้างไปก่อนงานเสร็จ โดยยังมิได้รับมอบงานที่ทำ งานนั้นวินาศลงและผู้ว่าจ้างเรียกเงินคืนเช่นเรื่องนี้ เป็นกรณีเรียกเงินฐานผิดสัญญา มิใช่ฐานลาภมิควรได้ จะนำมาตรา ๔๑๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2504 ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร (นายแสวง ทิมทอง ผู้ว่าราชการจังหวัด) รับมอบ อำนาจจากกรมโยธาเทศบาล (โดยหลวงสัมฤทธิ์วิศวกรรม อธิบดี) ที่ 1 นายคีรี วิชิตะกุล ปลัดจังหวัดชุมพร ที่ 2 โจทก์ นายชิต เทศพิทักษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความรับมอบ - ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร (นายแสวง ทิมทอง ผู้ว่าราชการจังหวัด) · 1 - อำนาจจากกรมโยธาเทศบาล (โดยหลวงสัมฤทธิ์วิศวกรรม อธิบดี) ที่ · โจทก์ - นายคีรี วิชิตะกุล ปลัดจังหวัดชุมพร ที่ 2 · จำเลย - นายชิต เทศพิทักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร · สำราญ ศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหลังสวน - นายเจริญ ปันยารชุน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 4590/2553ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1572/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6911/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา