⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 410/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่ตกลงให้บุคคลภายนอกทำการรังวัดสอบเขตที่ดิน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขัดขวางการรังวัดตามสัญญา ถือว่าฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายผิดสัญญา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญาให้กรรมการวัดสอบเขตที่ดินตามเนื้อที่ในโฉนดของโจทก์หากปรากฎว่าจำเลยปลูกรั้วล้ำเข้าไปในเขตของโจทก์ จำเลยยอมรื้อรั้ว เมื่อเริ่มรังวัดเพียงด้านหนึ่งปรากฎว่ารั้วของจำเลยล้ำเข้าไปในเขตที่ของโจทก์ 1.20 เมตร จำเลยจึงไม่ยอมให้วัดต่อไป สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยดังกล่าวนี้ย่อมเป็นสัญญาที่ใช้บังคับกันได้ตามกฎหมาย เมื่อจำเลยไม่ยินยอมให้กรรมการวัดตามสัญญาที่ตกลงกัน นั้น จำเลยก็เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ย่อมจะมาฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยมิให้ขัดขวางในการที่กรรมการจะทำการตามสัญญานั้นได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 37/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.114 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์จำเลยมีที่ดินมีโฉนดอยู่ติดกัน และพิพาทกันว่าจำเลยปลูกรั้วปักเสาล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ โจทก์จำเลยจึงทำสัญญาประนีประนอม ตั้งอนุญาโตตุลาการ ๓ นาย ให้รังวัดที่ตามโฉนดของโจทก์ให้ได้เนื้อที่ตามโฉนด เหลือนั้นเป็นของจำเลย รังวัดแล้วปรากฎว่าจำเลยกั้นรั้วลวดหนามล้ำที่ดินของโจทก์ ๑.๒๐ เมตร จำเลยกลับไม่ยอมทำตามสัญญา โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมและให้จำเลยรื้อรั้วลวดหนามออกจากที่ดินของโจทก์ ๑.๒๐ เมตร ตลอดแนวรั้ว ให้โจทก์ได้สิทธิตามสัญญาประนีประนอม จำเลยต่อสู้หลายประการ ศาลชั้นต้นชี้สองสถาน จำเลยรับว่าได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์จริง แต่ไม่ใช่เจตนาแท้จริงของจำเลย และกรรมการที่ตั้งขึ้นก็ยังไม่ได้รังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ตามความในสัญญา จำเลยยังไม่ต้องรับผิด คู่ความตกลงกะประเด็นนำสืบว่า (๑) สัญญาเกิดจากกลฉ้อฉลหรือไม่และ (๒) กรรมการตามสัญญาได้รังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์จำเลยแล้วหรือไม่การรังวัดได้ผลเพียงใด ศาลชั้นต้นฟังว่า กรรมการรังวัดได้แต่เพียงด้านเดียวยังไม่ได้ตรวจสอบเนื้อที่ของโจทก์ทั้งโฉนด ส่วนที่เกินเข้าไป ๑.๒๐ เมตร จึงไม่เป็นผลตามสัญญาที่โจทก์ฟ้อง การที่จำเลยไม่ยอมให้รังวัดต่อไปเป็นความผิดของจำเลยที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์จึงฟ้องให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาได้ พิพากษาบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ยังรังวัดกันไม่เสร็จ และโจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปทำการรังวัดให้เป็นไปตามสัญญา จึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิที่โจทก์จะฟ้องใหม่ให้ถูกทาง โจทก์ฎีกา ปัญหามีว่า การที่กรรมการตามสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยวัดที่ดินได้เพียงด้านเดียว จำเลยก็ไม่ยอมให้วัดต่อไปตามสัญญานั้น โจทก์จะอาศัยสัญญานี้มาฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาโดยยินยอมให้กรรมการทำการวัดที่ดินต่อไปให้เต็มตามโฉนดของโจทก์แล้วปฏิบัติการไปตามสัญญาที่ตกลงกันนั้นได้หรือไม่ ข้อนี้ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยนี้ย่อมเป็นสัญญาที่ใช้บังคับกันได้ตามกฎหมาย เมื่อจำเลยไม่ยินยอมให้กรรมการวัดตามสัญญาที่ตกลงกันนั้น จำเลยก็เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ย่อมจะมาฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยมิให้ขัดขวางในการที่กรรมการจะกระทำการตามสัญญานั้นได้ พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ โดยห้ามมิให้จำเลยขัดขวางในการที่คณะกรรมการจะปฏิบัติไปตามสัญญารายพิพาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2504 นายอี๋ คำแหง โจทก์ นายลำสา ตันศิริ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอี๋ คำแหง · จำเลย - นายลำสา ตันศิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประกอบ หุตะสิงห์ · คร้าม สิวายะวิโรจน์ · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายสันติ์ ภู่ประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงชนาณัติกรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3996/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1649/2498ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา