คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 921/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้ลงโทษและริบของกลางแล้ว แต่ในคำพิพากษาที่พิมพ์ตกไป การที่โจทก์ร้องขอให้ศาลชั้นต้นอธิบายคำพิพากษาถือว่าเป็นการขอให้ศาลชี้แจงข้อสงสัยในคำพิพากษาได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นอ่านต้นร่างคำพิพากษาให้ลงโทษและริบของกลางแล้ว ในสารบบคำพิพากษาก็ลงว่า ริบของกลาง แต่เวลาพิมพ์คำพิพากษาพิมพ์ตกข้อความไม่มีว่า ริบของกลาง โจทก์ร้องขอให้ศาลชั้นต้นอธิบายคำพิพากษาได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยฐานนำทองออกนอกราชอาณาจักรและคดีถึงที่สุดชั้นศาลอุทธรณ์แล้ว โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อกรมศุลกากรว่า ศาลอาญามิได้ริบทองของกลาง ขอให้คืนจำเลย โจทก์เห็นว่าศาลอาญาสั่งริบแล้ว แต่สงสัยจึงขอให้ศาลอาญาอธิบายคำพิพากษา
ศาลอาญาสั่งว่า คำพิพากษาของศาลอาญาได้ริบทองด้วย ปรากฎตามต้นร่างคำพิพากษาที่ได้อ่านให้คู่ความฟังแล้ว ในสารบบก็ลงไว้ว่า ริบทองของกลาง แต่คำพิพากษาพิมพ์ตกไป และตอนท้ายของคำพิพากษาที่พิมพ์ก็มีข้อความให้จ่ายสินบนรางวัลจากเงินที่ได้จากการขายของกลางที่ถูกริบ เท่ากับยืนยันว่าได้ริบทองของกลางแล้ว
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอาญามีอำนาจอธิบายคำพิพากษาของศาลอาญาได้ ในคำพิพากษาฉบับที่พิมพ์ติดสำนวน แม้จะตกคำว่า ของกลางริบ แต่ก็มีว่า ถ้าจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จ่ายสินบนและรางวัลนำจับจากเงินที่ได้จากการขายของกลางที่ถูกริบ เป็นอันเข้าใจได้อยู่แล้วว่า ให้ริบของกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 921/2504
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายคำมี สมศรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายคำมี สมศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สุทธิวาทนฤพุฒิ · สนิท สุมาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายทำนอง ดิศวนนทน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา