⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1011/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2484

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานของรัฐใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขู่เอาทรัพย์สินของประชาชน ถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา การแก้ไขคำพิพากษาที่ได้อ่านไปแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของการนับโทษต่อ ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ย่อคำพิพากษา

ตำรวจสวมเครื่องแบบไปขู่บังคับเอาเงินเขาในเวลาออกยามนอกสถานที่ และนอกเขตต์ท้องที่ ๆ ประจำอยู่ไม่เป็นผิดกฎหมายอาญามาตรา 136 หลังจากอ่านคำพิพากษาแล้ว ศาลมีคำสั่งให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอื่น ดังนี้เป็นการแก้ไขคำพิพากษาที่ได้อ่านแล้ว ต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 190 +คำพิพากษาไม่ได้กล่าวให้นับโทษแต่เมื่อใดให้นับแต่วันต้องคุมขัง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.190 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.191 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.136

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าจำเลยทั้ง ๓ สมคบกันพาตัวนายโซวบุ้นไปขู่เข็ญจะเอาเงิน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้ง ๓ ผิดตามมาตรา ๒๖๘ กฎหมายลักษณอาญา ข้อหาฉะเพาะตัวจำเลยที่ ๑ เรื่องแจ้งความเท็จเห็นว่ายังไม่มีผิด ข้อหาสำหรับจำเลยที่ ๓ ว่าทุจริตต่อหน้าที่ด้วยนั้น เห็นว่าจำเลยประจำอยู่สถานีตำรวจสามเสน เหตุเกิดในท้องที่ยานนาวาซึ่งจำเลยไม่มีตำแหน่งหน้าที่ จึงยังไม่ผิดฐานเจ้าพนักงานกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ หลังจากอ่านคำพิพากษาเรื่องนี้แล้ว ๒ วัน ผู้พิพากษาซึ่งลงนามในคำพิพากษานายหนึ่งได้มีคำสั่งในรายงานพิจารณาให้นับโทษจำเลยที่ ๑ นับแต่วันพ้นโทษอีกคดีหนึ่ง โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ส่วนเรื่องการนับโทษจำเลยที่ ๑ เห็นว่าเป็นการสั่งแก้ไขคำพิพากษาซึ่งได้อ่านแล้ว จึงต้องห้าม ให้นับโทษแต่วันต้องขังคดีนี้ไปตามปกติ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่กระทำผิดในท้องที่ตำรวจยานนาวานอกเขตต์นอกอำนาจหน้าที่ของจำเลย เพราะจำเลยประจำการอยู่สถานีสามเสน แม้ขณะกระทำผิดจำเลยจะสวมเครื่องแบบตำรวจไปด้วยก็ดีก็ยังไม่ถือว่าเป็นความผิดตามมาตรา ๑๓๖ กฎหมายลักษณอาญา ส่วนเรื่องการนับโทษจำเลยที่ ๑ นั้น เห็นว่าการสั่งเรื่องนี้ภายหลังจากได้อ่านคำพิพากษาแล้ว จึงเป็นการแก้ไขคำพิพากษาที่อ่านแล้ว ซึ่งต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๐ ดังนี้การนับโทษคดีนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๗๒ ซึ่งให้นับแต่วันต้องขังคดีนี้ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2484 พนักงานอัยยการ โจทก์ นายย่งเทียม จินดาประเสริฐ นายชิน ศุกระสุคนธ์ พลตำรวจสมัครยอด แจ่มสุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยยการ · พลตำรวจสมัครยอด - นายย่งเทียม จินดาประเสริฐ นายชิน ศุกระสุคนธ์ · จำเลย - แจ่มสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเศษ · อิศรภักดีธรรมวิเทต · ธรรมบัณฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - พระอินทเบญญา · ศาลอุทธรณ์ - พระสงศาสตร์วินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 313/2518ฎีกา 871/2518ฎีกา 4195-4197/2555ฎีกา 3861/2537ฎีกา 6083/2546ฎีกา 193-194/2531ฎีกา 3164/2538ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 106/2506ฎีกา 207/2528ฎีกา 1150/2499ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 1728/2506ฎีกา 551/2514ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1082/2511ฎีกา 525/2489ฎีกา 2226/2547ฎีกา 1106/2499ฎีกา 2394/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา