⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 193-194/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193-194/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ศาลจะแก้ไขคำพิพากษาไม่ได้ เว้นแต่จะปรากฏว่ามีการเขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 50 ปี คดีถึงที่สุดแล้ว และไม่ปรากฏว่ามีการเขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด จำเลยจะร้องขอให้แก้ไขคำพิพากษานั้นหาได้ไม่.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.190 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

สืบเนื่องจากศษลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4, 11 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา268, 352 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรม 46 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 230 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 115 ปี แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4ให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 50 ปี จึงให้ลงโทษจำคุกจำเลย 50 ปีริบเอกสารปลอมของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 24,935 บาทแก่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย โจทก์จำเลยไม่อุทธรณ์ คดีถึงที่สุด จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยไม่ถูกต้องศาลพิพากษาลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี เมื่อรวมกระทงแล้วจะจำคุกเกิน 20 ปีไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (2) ขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดโทษให้จำเลยใหม่ โดยให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี ขอให้ศาลชั้นต้นสั่งยกเลิกหมายจำคุกเดิมและออกหมายจำคุกใหม่เป็นจำคุกไม่เกิน 20 ปี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำพิพากษาที่กำหนดไว้ถูกต้องแล้วไม่อาจแก้ไขได้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นถึงที่สุด จำเลยไม่มีสิทธิขอให้ศาลกำหนดโทษให้จำเลยใหม่ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ซึ่งมีโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 3 ปีเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วต้องจำคุกไม่เกิน 10 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (1) ขอให้มีคำสั่งใหม่ ลงโทษจำคุกจำเลยเพียง 10 ปีนั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2503 มาตรา 4, 11 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา268, 352 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันและผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 10 ปีขึ้นไป โดยให้จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 46 กระทง เมื่อลดโทษให้จำเลยแล้ว คงจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ซึ่งเป็นการถูกต้องแล้ว และจำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด ไม่ปรากฏว่ามีการเขียนผิดหรือพิมพ์ผิดพลาด จำเลยจะร้องขอให้แก้ไขคำพิพากษานั้นหาได้ไม่ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193 - 194/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย ศักดิ์นิพนธ์ นาคพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย ศักดิ์นิพนธ์ นาคพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน นนทแก้ว · เสรี แสงศิลป์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 2047/2533ฎีกา 6847/2567ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 9797/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา