⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3861/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3861/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดด้วยบันดาลโทสะที่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้นั้น ต้องเกิดจากการถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมมาก่อน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ชนไหล่และท้าจำเลยที่ 2 ชกต่อย และมีการชกต่อยกันเมื่อจำเลยที่ 2 ล้มลง จำเลยที่ 1 ชักมีดพกปลายแหลมของตนออกมาแทงจำเลยที่ 2 ก่อน ถือได้ว่า จำเลยที่ 2 ได้ถูกจำเลยที่ 1 ข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ฉะนั้น หลังจากที่มีดดังกล่าวหลุดจากมือของจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 2 ก็ได้ใช้มีดนั้นแทงจำเลยที่ 1 ในขณะนั้นจึงเป็นการกระทำผิดด้วยบันดาลโทสะซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 จำคุก 12 ปียกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 จำคุก 12 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดโดยบันดาลโทสะหรือไม่ เห็นว่า ตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่าจำเลยที่ 1 ได้เข้ามาชนไหล่จำเลยที่ 2ก่อนแล้วชวนชกต่อย จำเลยที่ 2 จึงชกต่อยกับจำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 1 ใช้มีดพกปลายแหลมแทงทำร้ายร่างกายจำเลยที่ 2 ก่อนที่จำเลยที่ 1 นำสืบว่า จำเลยที่ 2 ได้ผลักอกและชกจำเลยที่ 1 ก่อนคงมีแต่คำเบิกความของจำเลยที่ 1 และนางสมจิตร เมฆไทย ภรรยาจำเลยที่ 1 เท่านั้นซึ่งอาจเบิกความช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ผู้เป็นสามีก็เป็นได้ จึงไม่อาจฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ เชื่อว่า จำเลยที่ 1ได้ชนไหล่และท้าจำเลยที่ 2 ชกต่อยและแทงจำเลยที่ 2 ก่อน กรณีถือได้ว่า จำเลยที่ 2 ได้ถูกจำเลยที่ 1 ข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยที่ 2 ใช้มีดพกปลายแหลมของจำเลยที่ 1แทงจำเลยที่ 1 ในขณะนั้นเป็นการกระทำผิดด้วยบันดาลโทสะศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยบางส่วน ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ประกอบด้วย มาตรา 72 ให้จำคุกจำเลยที่ 2 ไว้2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3861/2537 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาย สม มา รถ หรือ หมาย บุญ ผ่อง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นาย สม มา รถ หรือ หมาย บุญ ผ่อง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมปอง เสนเนียม · มีพาศน์ โปตระนันทน์ · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6083/2546ฎีกา 1788/2513ฎีกา 221/2484ฎีกา 37/2488ฎีกา 3164/2538ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 795/2469ฎีกา 286/2509ฎีกา 1371/2540ฎีกา 1207/2516ฎีกา 1150/2499ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1031/2464ฎีกา 551/2514ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1893/2533ฎีกา 2033/2528ฎีกา 500/2483ฎีกา 3471/2553ฎีกา 2770/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ