คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการบันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ย่อมไม่เป็นความผิด.
ย่อคำพิพากษา
ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายเคยมาทวงเงินจากจำเลยค่าพระเครื่องที่ผู้ตายหาว่าจำเลยเป็นคนซื้อไว้ 3-4 ครั้งแล้ว จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนซื้อ วันเกิดเหตุผู้ตายมาทวงอีก เมื่อจำเลยปฏิเสธ ผู้ตายก็ด่าจำเลยว่า มึงอย่าหมา มึงเอาจริง ถ้าอย่างนั้นมึงลูกแม่ไม่สอน หมาเย็ดแม่ และเมื่อผู้ตายลงจากเรือนมาแล้วก็ยังด่าแล้วด่าอีกด้วยถ้อยคำหยาบคายก้าวร้าวถึงบิดามารดาของจำเลยอยู่ตลอดเวลา จนจำเลยอดโทสะไว้ไม่ได้ ตามไปใช้มีดฟันผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2512 เวลากลางวัน จำเลยใช้มีดฟันนายยอดจันทร์ ทองแก้ว โดยเจตนาฆ่าถูกที่ก้านคอ หู ศรีษะและแก้ม ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ตำบลปลักหนู อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และสั่งริบมีดของกลาง
จำเลยให้การว่า ฟันนายยอดจันทร์ตายจริง เพราะบันดาลโทสะ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่ใช่บันดาลโทสะพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 20 ปี ปรานีลดโทษตามมาตรา 78 ให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลย 15 ปีมีดของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยกระทำโดยบันดาลโทสะ พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 72คงจำคุก 9 ปี ลดโทษให้ตามมาตรา 78 หนึ่งในสาม คงเหลือจำคุก 6 ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นบันดาลโทสะ
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้มีดพร้าถางป่าฟันผู้ตายมีบาดแผลตามรายงานชันสูตรพลิกศพจริง ส่วนปัญหาที่ว่าผู้ตายได้ด่าจำเลยก่อนเกิดเหตุหรือไม่ นั้นนายเอียดพยานโจทก์ก็เบิกความเจือสมกับข้อนำสืบของจำเลย น่าเชื่อตามที่จำเลยนำสืบว่า ในวันเกิดเหตุผู้ตายมาทวงค่าพระเครื่องที่จำเลยไม่ได้ซื้อจากจำเลย จำเลยปฏิเสธ ผู้ตายก็ด่าจำเลยว่า "มึงอย่าหมา มึงเอาจริง ถ้าอย่างงั้นมึงลูกแม่ไม่สอน หมาเย็ดแม่" เมื่อลงเรือนไปแล้วผู้ตายก็ยังด่าถึงบิดามารดาจำเลยเรื่อยไป ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ผู้ตายด่าจำเลยด้วยถ้อยคำหยาบคายก้าวร้าวถึงบิดามารดาจำเลยบนเรือนแม่ยายจำเลย จำเลยไม่โกรธ แต่เมื่อผู้ตายลงจากเรือนไปแล้วยังด่าแล้วด่าอีกถึงบิดามารดาจำเลยต่อเนื่องกันตลอดเวลา นับว่าเป็นพฤติการณ์ถึงขนาด อันถือได้ว่าเป็นการถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และการถูกข่มเหงหาได้ขาดตอนไปแล้วดังที่โจทก์ฎีกาไม่ การที่ผู้ตายด่าแล้วด่าอีกดังกล่าวจนจำเลยอดโทสะไม่ได้ใช้มีดฟันผู้ตายไปนั้น จึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตามมาตรา 72 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2515
อัยการจังหวัดสงขลา โจทก์
นายเอื้อม หรือหมึก ยอดแก้วดี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายเอื้อม หรือหมึก ยอดแก้วดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม เพชรคุปต์ · ชวน พูนคำ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา