⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1176/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่โจทก์กล่าวอ้างว่าตนมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตาย และทรัพย์สินตกทอดมายังตน แต่จำเลยอ้างสิทธิครอบครองทรัพย์สินนั้น ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน โจทก์จึงเสนอคดีต่อศาลได้ 2. ทุกข์ของโจทก์ที่เกิดจากการไม่ได้ทรัพย์สินอันคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์สินที่พิพาท แม้โจทก์จะไม่ได้ขอให้ศาลพิพากษาให้เอาทรัพย์สินนั้นคืนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

(1) การที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่าตนมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตาย นั้น ย่อมหมายความว่า สิทธิของโจทก์ก็คือ สิทธิที่จะรับมรดกของผู้ตายให้ตกทอดมายังตนตั้งแต่เจ้ามรดกตาย ดังนั้น แม้โจทก์จะขอเพียงให้ทำลายพินัยกรรม แต่หาได้ขอให้ศาลพิพากษาให้เอาทรัพย์ที่จำเลยโแย้งคืนมาเป็นของโจทก์ไม่ก็ตาม แต่โจทก์ก็บรรยายฟ้องแล้วว่า ก่อนตายเจ้ามรดกมีทรัพย์สินเป็นมรดกหลายอย่าง ทุกข์ของโจทก์ที่ตั้งข้อพิพาท ก็คือ กล่าวอ้างว่าที่ดิน 2 แปลงตามโฉนดเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โดยตกทอดมาจากผู้ตาย แต่จำเลยเอาไปเสีย โดยอ้างว่าผู้ตายทำพินัยกรรมยกให้ อย่างนี้แสดงว่าโจทก์ได้กล่าวอ้างให้ปรากฎแล้วว่าได้มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน โจทก์เสนอคดีต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 55 (2) ทุกข์ของโจทก์ที่กล่าวมา ก็คือ การที่ไม่ได้ที่ดิน 2 แปลงนั้น จึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันคำนวณเป็นราคาเงินได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 150 ประกอบตาราง (1) 1 ต้องคิดค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์สินที่พิพาท การที่โจทก์ไม่ได้ขอเรียกกรรมสิทธิ์ที่ดิน 2 แปลงนั้น เป็นความผิดของโจทก์เอง จะเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์หาได้ไม่ (อ้างคำสั่งที่ 1559/2493) ส่วนจะเป็นการพิพากษาให้เกินคำขอหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 25/2505)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.189 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1656 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1658

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นน้องนาย ซอๆตาย มีทรัพย์หลายอย่าง เช่น ที่ดิน ตำบลแพงพวย จังหวัดราชบุรี โฉนดที่ ๔๓๕๖, ๔๕๙๗ โจทก์มีสิทธิรับมรดก จำเลยทำหนังสือขึ้นเพื่อให้เป็นพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง แต่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วเอาไปอ้างรับมรดกของนายซอ เจ้าพนักงานที่ดินจึงใส่ชื่อจำเลยในโฉนดดังกล่าว และจำเลยยังนำหนังสือนี้มาอ้างในคดีแพ่งคำเลขที่ ๓๒๖/๒๕๐๐ ของศาลจังหวัดราชบุรีอีก ขอให้พิพากษาว่าพินัยกรรมนี้เป็นโมฆะ จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้ว่าพินัยกรรมชอบ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ไม่จำต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป และเห็นว่าเพียงแต่จำเลยมีหนังสือพินัยกรรมยังไม่มีข้อโต้แย้ง ยังไม่พอรับข้ออ้างและคำขอเป็นคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๕ จึงให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาปรึกษาในที่ประชุมใหญ่เห็นว่า โจทก์อ้างในฟ้องว่า มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกของนายซอ ซึ่งหมายความว่า สิทธิของโจทก์ ก็คือ สิทธิที่จะรับมรดกของนายซอให้ตกทอดมายังโจทก์ตั้งแต่นายซอตาย การที่จำเลยอ้างพินัยกรรมมาโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ก็คือ โต้แย้งสิทธิที่โจทก์เป็นเจ้าของทรัพย์มรดกของนายซอที่ตกทอดมายังโจทก์นั่นเอง แต่โจทก์หาได้มีคำขอให้ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้ทรัพย์ที่จำเลยมาโต้แย้งเอาไปเป็นของจำเลยกลับคืนมาเป็นของโจทก์ไม่ ฟ้องโจทก์ก็บรรยายว่าก่อนตายนายซอมีทรัพย์สิน เป็นมรดกหลายอย่าง แต่ที่ดินโฉนดที่ ๔๓๕๖, ๔๕๙๗ ที่โจทก์อ้างถึงก็เป็นแต่ทรัพย์บางอย่างของนายซอเท่านั้น ทุกข์ของโจทก์ที่โจทก์ตั้งข้อพิพาทมาในคดีนี้ ก็คือ กล่าวอ้างว่าที่ดินตามโฉนด ๒ แปลง นั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โดยตกทอดมาจากนายซอ แต่จำเลยเอาที่ดิน ๒ แปลงนั้นไปเสีย โดยจำเลยอ้างว่านายซอทำพินัยกรรมยกให้ แสดงว่าโจทก์ได้กล่าวอ้างให้ปรากฏแล้วว่าได้มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ของโจทก์ ๆ ย่อมเสนอคดีของโจทก์ต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๔ แม้โจทก์จะมิได้มีคำขอให้ศาลพิพากษาให้จำลเยคืนที่ ๒ แปลงตามโฉนดนั้นให้โจทก์ก็ดี ศาลก็จำต้องรับคดีของโจทก์ไว้พิจารณา แต่อย่างไรก็ดี ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่มีความเห็นต่อไปว่า ทุกข์ของโจทก์ที่โจทก์กล่าวอ้างมาในคดีนี้ ก็คือ การที่ไม่ได้ที่ดิน ๒ แปลงนั้น จึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๐ ประกอบด้วยตาราง ๑ (๑) ท้ายประมวลกฎหมายนั้น ศาลต้องคิดค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์สินที่พิพาท แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องเรียกกรรมสิทธิ์ที่ดิน ๒ แปลงนี้ก็ตาม ก็เป็นความผิดของโจทก์เอง ส่วนจะเป็นกรณีที่จะพิพากษาให้เกินคำขอได้หรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหากจากการคิดค่าขึ้นศาลตามมาตรา ๑๕๐ โจทก์จะมีคำขอให้ศาลวินิจฉัยแต่เฉพาะข้อโต้แย้งสิทธิอันเป็นแต่เพียงเหตุที่จะนำไปสู่การปลดเปลื้องทุกข์ของโจทก์โดยเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์นั้นหาได้ไม่ ดังศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้แล้วโดยคำสั่งคำร้องที่ ๑๕๕๙/๒๔๙๓ คดีระหว่างร้อยเอกมนตรวงษ์ บุนนาค กับพวก โจทก์ หลวงชลพาหนะรักษ์ กับพวก จำเลย ศาลฎีกาจึงพิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์นั้นเสีย ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำค่าขึ้นศาลมาเสียตามราคาทรัพย์ที่พิพาทตามโฉนด ๒ แปลงนั้นตามวิธีพิจารณาความ ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควรกำหนด แล้วดำเนินการพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2505 นายเจือ ชูมณีโชติ โจทก์ นางเจียว ชูมณีโชติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจือ ชูมณีโชติ · จำเลย - นางเจียว ชูมณีโชติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายเฉลิม ทัตภิรมย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ ติงศภัทิย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 359/2521ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2610/2538ฎีกา 6290/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 689/2531ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา