⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1318/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1318/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกู้ยืมเงินที่สมบูรณ์แล้ว จำเลยจะอ้างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังเพื่อปฏิเสธความรับผิดตามสัญญาไม่ได้ หากจำเลยอ้างเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นใหม่ จำเลยมีหน้าที่นำสืบพิสูจน์ข้ออ้างของตนเอง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ 1,100 บาท รับเงินไปจากโจทก์แล้ว ถึงกำหนดจำเลยไม่ชำระ จำเลยให้การว่า บุตรจำเลยลักพาบุตรสาวโจทก์ไป เจ้าพนักงานเปรียบเทียบให้บุตรจำเลยเสียค่าสินสอด 2,000 บาท โจทก์จำเลยก็ตกลงจำเลยมอบเงินสด 400 บาท และสร้อยคอทองคำราคา 500 บาทให้โจทก์ไป ที่เหลือ 1,100 บาท จำเลยทำเป็นสัญญากู้ให้โจทก์ไว้ คือ ฉบับที่โจทก์ฟ้อง แต่โจทก์กลับไม่ยอมให้บุตรจำเลยอยู่กินกับบุตรของโจทก์ตามข้อตกลง ดังนี้ถือได้ว่า การกู้ยืมเงินตามสัญญาที่โจทก์ฟ้องบริบูรณ์แล้ว ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่ยอมให้บุตรจำเลยอยู่กินกับบุตรโจทก์ตามข้อตกลงนั้น จำเลยอ้างขึ้นใหม่เพื่อให้พ้นความรับผิดตามสัญญา จำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบ ฉะนั้น ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่สืบพยานจำเลยย่อมแพ้คดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ ๑,๑๐๐ บาท รับเงินไปแล้วถึงกำหนดไม่ชำระ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้าง จำเลยให้การต่อสู้ว่าบุตรจำเลยลักพาบุตรสาวโจทก์ไป เจ้าพนักงานเปรียบเทียบให้บุตรจำเลยเสียค่าสินสอด ๒,๐๐๐ บาท โจทก์จำเลยก็ตกลงจำเลยมอบเงินสด ๔๐๐ บาท และสร้อยคอทองคำราคา ๕๐๐ บาทให้โจทก์ไป ที่เหลือ ๑,๑๐๐ บาท จำเลยทำเป็นสัญญากู้ให้โจทก์ไว้ คือ ฉบับที่โจทก์ฟ้อง แต่โจทก์กลับไม่ยอมให้บุตรจำเลยอยู่กินกับบุตรโจทก์และไม่รับเงินกับสร้อยคอทองคำ แล้วไม่ยอมคืนสัญญากู้ โจทก์ส่งสัญญากู้ต่อศาลแล้ว ต่างแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำหนังสือสัญญากู้และรับเงินไปจากโจทก์แล้ว ถึงกำหนดจำเลยไม่ชำระหนี้ จำเลยให้การรับว่า ได้ทำสัญญากู้ฉบับที่ฟ้องจริง ข้อที่จำเลยว่าไม่ได้รับเงิน ความเป็นจริงเป็นการทำสัญญากู้แทนค่าที่จำเลยยอมใช้เงินแก่โจทก์เพราะบุตรจำเลยลักพาบุตรสาวโจทก์ไปนั้น ข้อต่อสู้คดีนี้ก็ยังเป็นมูลหนี้แทนตัวเงินที่จำเลยทำหนังสือกู้ว่าได้รับไปจากโจทก์ได้ ถือได้ว่าการกู้ยืมเงินตามสัญญาที่โจทก์ฟ้องบริบูรณ์แล้ว คดีได้ความดังกล่าวแล้วนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องนี้ได้ โจทก์จึงไม่มีหน้าที่ต้องนำสืบอีกว่า ความจริงจำเลยรับตัวเงินไปจากโจทก์ดังที่จำเลยฎีกาขึ้นมา ที่จำเลยอ้างข้อเท็จจริงต่อไปว่าโจทก์ไม่ยอมให้บุตรจำเลยอยู่กินกับบุตรสาวโจทก์ตามข้อตกลงนั้น เป็นข้อต่อสู้ที่จำเลยอ้างขึ้นใหม่เพื่อให้พ้นความรับผิดตามสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้อง เป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบให้ได้ความดังที่จำเลยอ้าง เมื่อจำเลยไม่นำสืบ จำเลยก็ไม่ทนความรับผิด ฯลฯ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1318/2505 นายโจ้ แตงอ่อน โจทก์ นายมา จันทวงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายโจ้ แตงอ่อน · จำเลย - นายมา จันทวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · ประกอบ หุตะสิงห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายปสพ นพรัมภา · ศาลอุทธรณ์ - นายบุศย์ ขันธวิทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534ฎีกา 174/2520ฎีกา 5252/2550ฎีกา 234/2491ฎีกา 952/2491ฎีกา 9909/2539ฎีกา 7/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา