⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1386/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1386/2505

พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 5) ม.3, 11, 12

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประกอบโรคศิลปะโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นความผิดในตัวเอง การกระทำดังกล่าวถือเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และของกลางที่ใช้ในการกระทำผิดย่อมต้องริบ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยไม่มีความรู้ทางหมอแต่อย่างใด เป็นคนธรรมดาไม่มีสิทธิจะขออนุญาตเพื่อประกอบโรคศิลปะ ได้บังอาจรับฉีดยาบำบัดโรค เพื่อแสวงหาผลประโยชน์และสินจ้างการกระทำของจำเลยจึงถือได้ว่าเป็นความผิดอยู่ในตัว มิใช่มีสิทธิจะขออนุญาตแต่ไม่ได้ขอซึ่งเป้นเพียงความผิดเพราะการที่ไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ยาฉีด เข็มฉีดยา ฯลฯ ของกลางที่จำเลยมีไว้ใช้ในการกระทำผิด จึงเป็นของควรริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2490 ม.3 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2490 ม.11 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2490 ม.12

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจประกอบโรคศิลปะสาขาเวชกรรมเพื่อแสวงหาผลประโยชน์และสินจ้าง โดยรับฉีดยาบำบัดโรคต่าง ๆ แก่ผู้เจ็บป่วยโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนรับอนุญาตตามกฎหมาย เจ้าพนักงานจับได้พร้อมด้วยยาต่าง ๆ น้ำกลั่น เข็มฉีดยา ฯลฯ ซึ่งจำเลยมีไว้และใช้ในการกระทำผิดขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๑๑, ๒๑ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ จำเลยให้การรับสารภาพและกล่าวในคำให้การด้วยว่า จำเลยเองก็ไม่มีความรู้ทางหมอแต่อย่างใด ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย ตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะตามที่โจทก์อ้าง ให้จำคุกและปรับ แต่โทษจำให้รอไว้ ส่วนของกลางให้คืนให้จำเลย เพราะไม่ใช่เป็นของที่มีไว้เป็นความผิด โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ความผิดของจำเลยอยู่ที่จำเลยไม่ได้รับอนุญาตของกลางจึงมิใช่ทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำผิด พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำให้การจำเลยปรากฎว่าจำเลยไม่มีความรู้ทางหมอแต่อย่างใด เป็นคนธรรมดาไม่มีสิทธิจะขออนุญาตเพื่อประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายได้ ฉะนั้น การกระทำของจำเลยจึงถือได้วาเป็นความผิดอยู่ในตัว มิใช่จำเลยมีสิทธิจะขออนุญาตแต่ไม่ได้ขอ ซึ่งเป็นเพียงความผิดเพราะการที่ไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เมื่อจำเลยมีของกลางไว้ใช้ในการกระทำผิด จึงเป็นของควรริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ พิพากษาแก้ ให้ริบของกลางนี้เสียด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1386/2505 อัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายนิยม มหาโชติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายนิยม มหาโชติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สารกิจปรีชา · การุณย์นราทร · ห้วน ประชาบาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายอรรถ เศรษฐสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายทองคำ จารุเหติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 255/2503ฎีกา 5935/2537ฎีกา 4186/2536ฎีกา 6936/2562ฎีกา 7826/2560ฎีกา 7019/2549ฎีกา 4418/2548ฎีกา 7998/2561ฎีกา 7196/2554ฎีกา 13379/2555ฎีกา 4230/2563ฎีกา 21848/2555ฎีกา 9275/2544ฎีกา 2936/2564ฎีกา 5699/2562ฎีกา 3416/2540ฎีกา 3226/2558ฎีกา 4577/2558ฎีกา 5088/2563ฎีกา 1089/2559ฎีกา 1854/2563ฎีกา 1554/2521ฎีกา 512/2559ฎีกา 5610/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา