⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1566/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญไปดำรงตำแหน่งใหม่พร้อมทั้งคงปฏิบัติหน้าที่เดิมได้ และการที่ข้าราชการได้รับเงินตามหน้าที่แล้วนำไปใช้ส่วนตัว ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกรมมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งย้ายจำเลยไปดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอตรีประจำอำเภอเมือง พร้อมกันนั้นก็ได้สั่งให้จำเลยคงทำงานเป็นผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัดอยู่ ณ ที่เก่า มีหน้าที่รับเงินอากรการฆ่าสัตว์ที่อำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดนั้นนำส่งแผนกมหาดไทย เพื่อนำฝากคลังตามระเบียบ ผู้ว่าราชการจังหวัดย่อมมีอำนาจสั่งดังกล่าวได้ และเมื่อจำเลยรับเงินประเภทดังกล่าวนั้นแล้ว นำไปหาผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่นำฝากคลัง ก็ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ตามที่แก้ไข

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2499 ม.10 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 ม.34

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นจัตวาอันดับพิเศษสังกัดกรมมหาดไทย เดิมเป็นเสมียนตราจังหวัดพิจิตรมาราว ๑๐ ปีมีหน้าที่รับเงินอากรการฆ่าสัตว์ที่อำเภอต่าง ๆ นำส่งแผนกมหาดไทย เพื่อนำฝากคลังตามระเบียบ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ ทางราชการกำหนดให้เสมียนตราจังหวัดต้องเป็นข้าราชการชั้นตรี จำเลยจึงถูกลดตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัดพิจิตร พ.ศ. ๒๕๐๒ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรมีคำสั่งย้ายจำเลยไปดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอตรีประจำอำเภอเมืองพิจิตร เพื่อว่าเมื่อครบ ๔ ปี จำเลยก็จะได้มีโอกาสเลื่อนเป็นข้าราชการชั้นตรีโดยไม่ต้องสอบ พร้อมกันนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้สั่งให้จำเลยคงทำงานเป็นผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัดอยู่ ณ ที่เก่านั้นเอง มีหน้าที่รับฝากเงินดังกล่าว จำเลยรับเงินประเภทอากรฆ่าสัตว์ขององค์การบริหารราชการส่วนจังหวัดพิจิตรซึ่งอำเภอต่าง ๆ นำส่งรวมหลายคราวเป็นเงินทั้งสิ้น ๔๒,๒๘๓ บาท แต่จำเลยนำเงินไปหมุนหาผลประโยชน์เป็นส่วนตัว หาได้นำฝากคลังไม่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓ ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาที่ว่าตามกฎหมายจะถือว่าจำเลยมีตำแหน่งหน้าที่เป็นผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัดหรือไม่ โดยเห็นว่าแม้จำเลยจะได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดอำเภอตรีอำเภอเมืองพิจิตร แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้ช่วยเสมียนตราไปก่อน ตำแหน่งผู้ช่วยเสมียนตรานี้มิได้มีกฎหมายอำนาจหน้าที่ไว้โดยเฉพาะแต่อย่างใด จึงเป็นราชการทั่วไปซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะที่เป็นหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัด และรับผิดชอบในราชการของจังหวัดและอำเภอตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๓๔ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๑๐ ย่อมมีอำนาจสั่งให้จำเลยไปปฏิบัติหน้าที่ราชการดังกล่าวแล้วได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2505 อัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์ นายประสม วราศิลป์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นายประสม วราศิลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · บริรักษ์จรรยาวัตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายไพรัช วงศ์วัฒนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิ เกตุทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1131/2549ฎีกา 3750/2547ฎีกา 4758/2545ฎีกา 272/2565ฎีกา 7511/2547ฎีกา 4410-4411/2536ฎีกา 664/2525ฎีกา 123/2530ฎีกา 4123/2550ฎีกา 990/2550ฎีกา 6591/2537ฎีกา 1251/2501ฎีกา 1301/2524ฎีกา 7797/2538ฎีกา 213/2503ฎีกา 1753/2498ฎีกา 65/2569ฎีกา 1099/2509ฎีกา 1047/2537ฎีกา 358-359/2500ฎีกา 3082/2537ฎีกา 1830/2544ฎีกา 6411/2534ฎีกา 818/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา