⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1673/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1673/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หุ้นส่วนผู้จัดการจะก่อหนี้ผูกพันห้างหุ้นส่วนได้ต่อเมื่อกระทำการในนามของห้างหุ้นส่วน หรือนำเงินที่กู้มาใช้ในกิจการของห้างหุ้นส่วนเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

การที่หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญ ทำหนังสือสัญญากู้เงินจากบุคคลภายนอกนั้น จะให้ผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นซึ่งมิได้เป็นคู่สัญญาต้องรับผิดด้วยหาได้ไม่ เว้นแต่ผู้ให้กู้จะพิสูจน์ได้ว่าผู้นั้นได้ทำในฐานะเป็นผู้จัดการหรือตัวแทนของห้างหุ้นส่วนหรือได้นำเงินที่กู้มาใช้ในกิจการห้างหุ้นส่วนนั้น ๆ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.830 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1050

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ได้เข้าหุ้นส่วนกันตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญชื่อ โรงรับจำนำเซี่ยงฮวด หรือเซียงฮวด โดยมิได้จดทะเบียน จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้จัดการห้างหุ้นส่วนกับจำเลยที่ ๙ ได้ร่วมกันยืมเงินโจทก์ ๔๐,๐๐๐ บาท เมื่อถึงกำหนดชำระ จำเลยทั้งหมดไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้ง ๙ ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย จำเลยที่ ๔, ๖, ๗ และ ๘ ให้การปฏิเสธ ๑, ๒, ๓ และ ๕ ขาดนัดยื่นคำให้การและพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑, ๒, ๗ และ ๘ ร่วมกันรับผิดชำระเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแก่โจทก์ จำเลยที่ ๗ และ ๘ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๗ - ๘ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑ และ ๙ เป็นผู้ทำหนังสือสัญญาลงนามเป็นผู้กู้เงินโจทก์ตามปกติบุคคลทั้งสองนี้เท่านั้นจะต้องรับผิดตามสัญญานี้ จะให้บุคคลภายนอกซึ่งมิได้เป็นคู่สัญญาด้วยต้องรับผิดด้วยหาได้ไม่ เว้นไว้แต่โจทก์จะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลที่ลงชื่อเป็นผู้กู้เงินนี้ได้ทำในฐานะเป็นผู้จัดการหรือตัวแทนของห้างหุ้นส่วน หรือได้นำเงินที่กู้นั้นมาใช้ในกิจการของห้างหุ้นส่วน ดังนี้ บุคคลภายนอกซึ่งเป็นหุ้นส่วนจึงจะต้องรับผิด ตามข้อนำสืบของโจทก์คงได้ความเพียงว่า ๑ เป็นผู้จัดการห้างหุ้นส่วนโรงรับจำนำเซี่ยงฮวด จำเลยที่ ๙ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับห้างหุ้นส่วนโรงรับจำนำเซี่ยงฮวด ส่วนจำเลยที่ ๗ และ ๘ เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนดังกล่าว จำเลยที่ ๑ และ ๙ ได้ทำหนังสือกู้เงินโจทก์ไป เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าห้างหุ้นส่วนดังกล่าวได้เชิดหรือแสดงออกให้โจทก์หลงเชื่อว่า จำเลยได้กู้เงินไปในฐานะตัวแทนของห้างหุ้นส่วน หรือนำเงินไปใช้ในกิจการของห้างหุ้นส่วน จำเลยที่ ๗, ๘ มิได้เป็นคู่สัญญาด้วย จึงไม่ต้องรับผิด พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1673/2505 บริษัท ไพบูลย์ประกันภัย จำกัด โดยนายอึ้ง เซ่งขอ นายซึ้ง เลี่ยงยู้ กรรมการ นายอิดมิ้น แซ่เบ๊ หรืออุดม ยิ่งไพบูลย์ กับพวก รวม 9 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความกรรมการ - บริษัท ไพบูลย์ประกันภัย จำกัด โดยนายอึ้ง เซ่งขอ นายซึ้ง เลี่ยงยู้ · จำเลย - นายอิดมิ้น แซ่เบ๊ หรืออุดม ยิ่งไพบูลย์ กับพวก รวม 9 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · การุณย์นราทร · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมณี ชุติวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิสัยสารคุณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 314/2510ฎีกา 4293/2540ฎีกา 482/2485ฎีกา 288/2488ฎีกา 84/2512ฎีกา 3896/2525ฎีกา 160/2496ฎีกา 2962/2517ฎีกา 1767/2506ฎีกา 1026/2538ฎีกา 963/2493ฎีกา 546/2495ฎีกา 362/2510ฎีกา 590/2520ฎีกา 32/2495ฎีกา 476/2474ฎีกา 3848/2531ฎีกา 1012/2493ฎีกา 1836/2514ฎีกา 3-4/2487ฎีกา 1300/2533ฎีกา 2624/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา