⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3896/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3896/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกู้เงินเพื่อใช้ในกิจการค้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด ไม่ถือเป็นการกระทำนอกวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนจำกัด

ย่อคำพิพากษา

การที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์มาใช้ในกิจการค้าของจำเลยที่ 1 หาเป็นการนอกวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ไม่ การที่โจทก์เบิกความว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้กู้ และรับเงินจากโจทก์ไปต่างกับฟ้องที่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้กู้ เมื่อข้อเท็จจริงเป็นอันยุติ และตามอุทธรณ์ฎีกาของจำเลยยอมรับว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้กู้เงินโจทก์แล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยปัญหานี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.76 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1050

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ หุ้นส่วนผู้จัดการ กู้เงินโจทก์ไปโดยไม่ได้กำหนดเวลาชำระเงินกู้คืน มีจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ เป็นผู้ค้ำประกัน นับแต่กู้เงินไปจำเลยที่ ๑ ไม่เคยชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่มีวัตถุประสงค์ในการกู้ยืมเงินจึงเป็นการกระทำนอกเหนือวัตถุประสงค์ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย และต่อสู้ในข้ออื่นอีก จำเลยที่ ๓ ให้การว่า สัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นนิติกรรมอำพรางจำเลยที่ ๑ ไม่มีวัตถุประสงค์ในการกู้ยืมเงิน สัญญาค้ำประกันจึงไม่มีผลตามกฎหมายโจทก์ไม่เคยทวงถามจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ ไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ร่วมกันชำระเงินต้นและดอกเบี้ยตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในฐานะลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ คงให้รับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่มีวัตถุประสงค์ในการกู้ยืมเงิน สัญญากู้ยืมเงินจะมีผลผูกพันจำเลยที่ ๑ หรือไม่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เงินจำนวน ๒๓๐,๐๐๐ บาท ที่จำเลยที่ ๑ กู้มาจากโจทก์นั้นได้นำมาใช้ในกิจการค้าของจำเลยที่ ๑ จึงหาเป็นการนอกวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ ๑ ไม่ และมีผลผูกพันจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด กับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน จึงต้องรับผิดในเงินจำนวนนี้ตามสัญญากู้ และสัญญาค้ำประกัน การที่โจทก์เบิกความว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้กู้และรับเงินจากโจทก์ไปจำเลยที่ ๒ เคยชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ ๒ ปี ต่างกับฟ้องที่อ้างว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้กู้นั้น เมื่อข้อเท็จจริงเป็นอันยุติและตามอุทธรณ์ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ยอมรับว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้กู้เงินโจทก์แล้ว ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3896/2525 นางเสงี่ยม เรศานนท์ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.แอนด์.ที. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเสงี่ยม เรศานนท์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.แอนด์.ที. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม · แถมชัย สิทธิไตรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอากาศ บำรุงชีพ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3345/2535ฎีกา 170/2546ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 272/2490ฎีกา 2135/2518ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 794/2509ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2657/2534ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 4007/2552ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา