⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1754/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1754/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทางเดินที่อยู่ในที่ดินโฉนดเดียวกันซึ่งมีเจ้าของรวมกันโดยมิได้แยกการครอบครองเป็นส่วนสัด แม้จะมีการใช้สอยต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็ไม่ถือเป็นภาระจำยอมจนกว่าจะมีการแบ่งแยกการครอบครองเป็นส่วนสัดและได้ใช้สอยเกินกว่า 10 ปีนับแต่นั้น

ย่อคำพิพากษา

ทางเดินพิพาทอยู่ในที่ดินโฉนดแปลงเดียวกัน ซึ่งมีเจ้าของรวม 2 ฝ่ายครอบครองร่วมกันมาโดยมิได้แยกกันครอบครองเป็นส่วนสัด และในระหว่างนั้น ถึงแม้ผู้เช่าห้องแถวของเจ้าของรวมอีกฝ่ายหนึ่งจะได้ใช้ทางเดินพิพาทนั้นมาเป็นเวลา 20 ปีเศษก็ตาม และภายหลังเมื่อได้แบ่งแยกโฉนดครอบครองกันเป็นส่วนสัดแล้ว แต่ก็ยังใช้ทางเดินพิพาทนั้นไม่ถึง 10 ปี นับแต่ได้แยกกันครอบครองทางเดินพิพาทย่อมไม่เป็นทางภาระจำยอม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดินโฉนด ๖๐๔ จำเลยและนายอนันต์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน แต่ได้ปกครองเป็นส่วนสัดโดยทั้งสองฝ่ายต่างปลูกห้องแถวให้เช่าในส่วนที่ดินของตนมาประมาณ ๒๐ ปีมาแล้ว ที่ดินส่วนของจำเลยมีทางเดินออกสู่ถนนใหญ่อยู่กึ่งกลางที่ดินทั้ง ๒ แปลง กว้างราว ๓ เมตร ซึ่งผู้เช่าห้องของนายอนันต์ได้ใช้เป็นทางเดินติดต่อกันมาเป็นเวลา ๒๐ ปีเศษแล้วจึงตกเป็นทางภาระจำยอมตามกฎหมาย ต่อมาวันที่ ๑๙ พ.ย. ๒๕๐๐ โจทก์ได้ซื้อที่ดินส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของนายอนันต์พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างซึ่งโจทก์ย่อมมีสิทธิใช้ทางเดินดังกล่าว แต่ต่อมาจำเลยได้ตีรั้วสังกะสีปิดล้อมทางเดินนั้นเสีย ทำให้ผู้เช่าห้องแถวของโจทก์ไม่สามารถใช้ทางนี้ได้ ขอให้ศาลพิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอม และให้จำเลยเปิดทาง จำเลยให้การว่าทางพิพาทไม่ใช่ทางภาระจำยอม ศาลชั้นต้นฟังว่าที่ดินโฉนดที่ ๖๐๔ นี้ เดิมเป็นของนางทองดี ๆ ยกให้นายอนันต์และจำเลยซึ่งเป็นบุตร ทั้งสองได้ปกครองร่วมกันมาเป็นส่วนสัด จนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงได้ตกลงแบ่งแยกกันเป็นส่วนสัด และเห็นว่าภาระจำยอมจะเกิดขึ้นนั้น ภารยทรัพย์และสามยทรัพย์จะต้องเป็นคนละเจ้าของ ขณะใดทรัพย์ยังไม่ได้แบ่งแยก กรรมสิทธิ์ยังรวมกันอยู่ จะเกิดภาระจำยอมหาได้ไม่ แม้จะได้ปกครองเป็นส่วนสัดก็ตาม ที่ดินโฉนดที่ ๖๐๔ เป็นที่ผืนเดียวกัน เพิ่งแบ่งแยกเมื่อ ๒-๓ ปีมานี้ ทางพิพาทจึงไม่ใช่ทางภาระจำยอม พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ตั้งแต่มารดายกที่นี้ให้จนถึง พ.ศ. ๒๔๙๙ จำเลยและนายอนันต์ได้ปกครองร่วมกันมาไม่ได้แยกกันครอบครองเป็นส่วนสัด เพิ่งจะมาครอบครองเป็นส่วนสัดเมื่อได้ตกลงแบ่งแยกกันใน พ.ศ. ๒๔๙๙ การที่ตนอยู่ห้องแถวใช้ทางเดินนี้มาเป็นเวลา ๒๐ ปีเศษนั้น ไม่ทำให้ทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอม เพราะในระหว่างนั้นเป็นที่แปลงเดียวกัน หลังจากแบ่งแยกกันเป็นส่วนสัดแล้ว ก็ใช้ทางเดินนี้ไม่ถึง ๑๐ ปี ทางพิพาทจึงยังไม่ตกเป็นทางภาระจำยอม พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงอย่างเดียวกับศาลอุทธรณ์ และเห็นว่าตามฟ้องสำนวนไม่ปรากฏว่าทางเดินรายพิพาทตกเป็นทางภาระจำยอมดังที่โจทก์ฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1754/2505 นายศรีเกษม หุตายน ที่ 1 นางกาญจนา หุตายน ที่ 2 นางสาวคุณศรี หุ ตายน ที่ 3 โดยนายศรีเกษม หุตายน ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายสรรค์ชัย เศรษฐปราโมทย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความหุ - นายศรีเกษม หุตายน ที่ 1 นางกาญจนา หุตายน ที่ 2 นางสาวคุณศรี · โจทก์ - ตายน ที่ 3 โดยนายศรีเกษม หุตายน ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายสรรค์ชัย เศรษฐปราโมทย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อนุสสรนิติสาร · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประสาท สุคนธมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายศรี มลิลา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6460/2546ฎีกา 28/2531ฎีกา 347/2521ฎีกา 605-606/2544ฎีกา 6524/2541ฎีกา 4300/2543ฎีกา 1082/2526ฎีกา 2091/2542ฎีกา 6954/2538ฎีกา 777-778/2533ฎีกา 2975/2553ฎีกา 3075/2524ฎีกา 2327/2539ฎีกา 2320/2543ฎีกา 285/2547ฎีกา 2491/2540ฎีกา 4415/2528ฎีกา 536/2536ฎีกา 2789/2537ฎีกา 789/2544ฎีกา 5605/2539ฎีกา 839/2538ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา