⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 522/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำหนังสือกู้เงินใหม่โดยรวมหนี้เดิมเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ถือเป็นการแปลงหนี้ใหม่ และการนำสืบถึงที่มาแห่งหนี้ตามสัญญากู้ฉบับหลัง ไม่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร การนำสืบว่าหนี้อันเกิดจากดอกเบี้ยเกินอัตราไม่สมบูรณ์นั้น สามารถทำได้

ย่อคำพิพากษา

บุคคลที่เป็นหนี้เงินกู้ต่อกันนั้น อาจตกลงทำหนังสือกู้กันใหม่หรือนำเงินกู้รายก่อน ๆ มารวมในหนังสือกู้ครั้งหลังได้ และการนำสืบถึงที่มาแห่งหนี้ตามสัญญากู้ฉบับหลังย่อมมิใช่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร เพราะแม้นำสืบได้ ก็ไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขความรับผิดตามเอกสาร หนี้เงินกู้ซึ่งทำหนังสือกู้กันใหม่ โดยรวมจำนวนเงินกู้ครั้งหลังเข้าไว้ด้วยกันนั้น มิใช่เป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่ เพราะไม่มีการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้แต่อย่างไร ผู้กู้จะขอนำสืบว่า ผู้ให้กู้เอาจำนวนดอกเบี้ยเกินอัตรามารวมเป็นต้นเงินในสัญญากู้ได้ เพราะเป็นการนำสืบว่าหนี้อันเกิดจากดอกเบี้ยเกินอัตรานั้นไม่สมบูรณ์อย่างหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๖ ครั้ง ถึงกำหนดชำระโจทก์ทวงถามหลายครั้งจำเลยเพิกเฉย ผิดสัญญา ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ย จำเลยให้การภาคเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยกู้เงินและค้างชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์จริงดังฟ้อง พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๔,๕๘๐ บาทกับดอกเบี้ย ร้อยละ ๑๕ ต่อปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานจำเลยและพยานโจทก์เกี่ยวกับสัญญากู้ตามข้อต่อสู้ของจำเลยต่อไป แล้วรวมพิพากาาใหม่ทั้งหมด โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า บุคคลที่เป็นหนี้เงินกู้ต่อกันนั้น อาจตกลงทำหนังสือกู้กันใหม่หรือนำเงินกู้รายก่อน ๆ มารวมในหนังสือกู้ครั้งหลังได้ ไม่เป็นการผิดขัดกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียกร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญากู้ครั้งหลังย่อมมีผลบังคับต่อกันได้ตามกฎหมาย การนำสืบของจำเลยในกรณีนี้ จึงมิใช่เป็นการสืบแสดงว่า เอกสารไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ แต่เป็นเรื่องนำสืบถึงที่มาแห่งหนี้ตามสัญญากู้ฉบับหลัง และการนำสืบมาถึงที่มาแห่งหนี้ มิใช่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร เพราะแม้นำสืบได้ ก็ไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขความรับผิดตามเอกสาร หนี้เงินกู้ซึ่งทำหนังสือกู้กันใหม่ โดยรวมจำนวนเงินกู้ครั้งหลังเข้าไว้ด้วยกันนั้น มิใช่เป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยเป็นหนี้เงินกู้โจทก์แล้วจำเลยทำเอกสารสัญญากู้ซ้ำกันให้โจทก์ไว้ หาทำให้ำจเลยบังเกิดความรับผิดขึ้นใหม่ไม่ จำเลยคงมีความรับผิดเพียงเท่าที่จำเลยได้กู้ไปจากโจทก์ ฉะนั้น จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบได้ว่าเป็นหนี้รายเดียวกัน เพื่อไม่ต้องรับผิดตามสัญญาทุกฉบับ ไม้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๙๔ เพราะไม่ใช่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร หากแต่เป็นการสืบว่าสัญญาฉบับก่อนใช้ไม่ได้ เพราะซ้ำกับสัญญาฉบับหลัง และไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรค ๒ เพราะมิใช่เป็นการนำสืบการใช้เงิน สำหรับข้อที่จำเลยต่อสู้จะขอนำสืบว่า การกู้ครั้งที่ ๖ ได้นำดอกเบี้ยเกินอัตราในกฎหมายมารวมด้วนั้ ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าหากสมจริงดังจำเลยอ้าง ก็แสดงว่า สัญญาเกี่ยวกับเงินดังกล่าวนี้เป็นโมฆะ จึงเป็นการนำสืบแสดงว่าหนี้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ วรรคท้ายอนุญาตให้นำพยานบุคคลมาสืบได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2505 นายประกิจ พงศ์สุวรรณ โจทก์ นายเผย สิงหา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประกิจ พงศ์สุวรรณ · จำเลย - นายเผย สิงหา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · บริรักษ์จรรยาวัตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะโสธร - นายปัญญา วัฒนะโชติ · ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 6631/2568ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 6801/2540ฎีกา 1490/2538ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 9649/2555ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1550/2493ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา