⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 705/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 705/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างตนเป็นนายหน้าฝ่ายเดียวโดยไม่มีสัญญาตกลงกับอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่สามารถเรียกร้องค่าบำเหน็จได้

ย่อคำพิพากษา

นายหน้าที่จะได้รับบำเหน็จหรือค่านายหน้านั้น ในเบื้องต้นจะต้องมีสัญญาต่อกันโดยชัดแจ้ง หรือโดยปริยาย ฉะนั้น ผู้ใดจะอ้างตนเป็นนายหน้าฝ่ายเดียวเรียกร้องเอาค่าบำเหน็จโดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีสัญญาด้วยแต่อย่างหนึ่งอย่างใดเลย นั้น จึงหามีกฎหมายสนับสนุนให้เรียกร้องได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.845 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.846

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกค่านายหน้า ๓๘๑,๒๘๖.๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยโดยกล่าวในฟ้องว่า บริษัท คอลเกต ปาล์โอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินของจำเลยโดยโจทก์เป็นผู้ชี้ช่องและจัดการในฐานะเป็นนายหน้า โจทก์ติดต่อขอรับเงินค่านายหน้าต่อจำเลย จำเลยกลับเพิกเฉยเสีย ต่อมาจำเลยปฏิเสธไม่ยอมจ่าย ขอให้ศาลบังคับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่าย และพิพากษาว่า โจทก์กับจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานจนสิ้นกระแสความแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า บุคคลที่จะต้องรับผิดให้ค่าบำเหน็จนายหน้าแก่ผู้ใดก็ต่อเมื่อได้ตกลงกันไว้กับผู้นั้นโดยชัดแจ้งประการหนึ่ง หรือถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้โดยชัดแจ้งก็จะต้องรับผิดต่อเมื่อกิจการอันได้มอบหมายแก่ผู้นั้น เป็นที่คาดหมายได้ว่า ผู้นั้นย่อมทำให้ก็แต่เพื่อจะเอาค่าบำเหน็จเท่านั้น ถ้าไม่มีการตกลงกันหรือไม่มีการมอบหมายกิจการ แก่กัน ก็ไม่จำต้องให้ค่าบำเหน็จนายหน้า กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ นายหน้าที่จะได้รับบำเหน็จหรือค่านายหน้า นั้น ในเบื้องต้นจะต้องมีสัญญาต่อกัน โดยชัดแจ้งตามมาตรา ๘๔๕ หรือมีสัญญาต่อกันโดยปริยาย ตามมาตรา ๘๔๖ ผู้ใดจะอ้างตนเป็นนายหน้าฝ่ายเดียว เรียกร้องเอาค่าบำเหน็จโดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีสัญญาด้วยแต่อย่างหนึ่งอย่างใดเลย นั้น จึงหามีกฎหมายสนับสนุนให้เรียกร้องได้ไม่ ฉะนั้น ไม่ว่าบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เช่นโจทก์นี้ จะหาประโยชน์จากการเป็นนายหน้าเป็นปกติธุระหรือไม่ก็ตาม หากต้องการประโยชน์คือบำเหน็จค่านายหน้าจากผู้ใด จะต้องมีสัญญากับผู้นั้นโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยาย อย่างใดอย่างหนึ่งด้วย จะกระทำไปฝ่ายเดียวโดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ตกลงรับรู้ด้วยอย่างใดแล้วมาอ้างว่าเป็นนายหน้าเรียกร้อง เอาบำเหน็จย่อมไม่ได้อยู่เอง ในคดีนี้ ตามข้อเท็จจริงที่โจทก์ตั้งเป็นข้อหามาเป็นกรณีที่โจทก์กระทำไปแต่ฝ่ายเดียว โดยอีกฝ่ายหนึ่ง คือ จำเลยมิได้ตกลงรับรู้ด้วยไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายอย่างใด การที่โจทก์อ้างว่าการซื้อขายที่ดินในประเทศไทยเท่าที่ปฏิบัติกันอยู่ทั่ว ๆ ไป เป็นที่คาดหมายได้โดยพฤติการณ์ว่าย่อม ำให้แต่เพื่อจะเอาบำเหน็จนายหน้า จึงถือว่า ตกลงกันโดยปริยาย มาตรา ๘๔๖ นั้นก็หาใช่ไม่ เพราะตกลงโดยปริยายตามมาตรานี้ หมายถึงกรณีที่มีการมอบหมายให้เป็นนายหน้าแล้ว ไม่ใช่กรณีที่ยังไม่มีการมอบหมายให้เป็นนายหน้า พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 705/2505 บริษัทหลวงรักษาจำกัด โดยนางลูซี รักษานาเวส ประธานกรรมการโจทก์ พระยาปฏิพัทธภูบาล (คอยูเหล ณ ระนอง) จำนอง

รายละเอียดคดี

คู่ความประธานกรรมการโจทก์ - บริษัทหลวงรักษาจำกัด โดยนางลูซี รักษานาเวส · จำนอง - พระยาปฏิพัทธภูบาล (คอยูเหล ณ ระนอง)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · สนิท สุมาวงศ์ · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเวท ชพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเกษม ทิพยจันทร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 767/2518ฎีกา 280/2530ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 1572/2511ฎีกา 6105/2531ฎีกา 3589/2525ฎีกา 8108/2542ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2224/2528ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา