⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 74/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 74/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การยกให้ที่ดินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นจะตกเป็นโมฆะ แต่หากผู้รับได้สิทธิครอบครองแล้ว แม้การยกให้ไม่ถูกแบบ ก็ยังคงมีสิทธิครอบครองอยู่ * การยกให้ทรัพย์สินอย่างอื่นที่ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ ไม่จำเป็นต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด

ย่อคำพิพากษา

เมื่อคดีไม่มีประเด็นหรือไม่ได้นำสืบกันมาว่าที่พิพาทเป็นที่บ้านที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ศาลจะยกคำให้การของผู้ตายซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินรายนี้ในคดีก่อนมาฟังว่า เป็นที่บ้านที่สวนโดยคู่ความคดีนี้มิได้อ้างเป็นพยานและไม่ใช่พยานของศาลด้วย ไม่ได้ ในกรณีเช่นนี้ ต้องถือว่าเป็นที่บ้านที่สวนมือเปล่าธรรมดา ที่ต้องบังคับตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชน์ ผู้ยึดถือมีแต่สิทธิครอบครอง เมื่อสละและโอนการครอบครองให้ผู้รับยกให้เกิน 1 ปี แล้ว ย่อมขาดสิทธิ แม้การยกให้จำทำไม่ถูกแบบตามมาตรา 525 ผู้รับได้สิทธิครอบครองแล้ว (อ้างฎีกาที่ 1101/2504) การยกไม้ 3 ตันให้เขาออกทุนปลูกเรือนขึ้นโดยตกลงกันให้เจ้าของไม่ได้อยู่อาศัยด้วยจนตลอดชีวิตนั้น เป็นเรื่องยกไม้ให้เขา ไม่ใช่ยกเรือนให้ เรือนนั้นจึงเป็นของผู้ออกทุนปลูกสร้างฝ่ายเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.523 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกของนายไหม ซึ่งเป็นพี่ชายโจทก์และจำเลยที่ ๑ ครึ่งหนึ่ง มีที่ส่วน ๑ แปลงที่สวนและปลูกบ้าน ๑ แปลงกับเรือน ๑ หลัง เป็นเงิน ๕,๕๐๐ บาท จำเลยให้การว่าไม่ใช่มรดกเพราะนายไหมได้ยกที่ดินทั้ง ๒ แปลงซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญให้เป็นสิทธิแก่จำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ได้ครอบครองมาเกิน ๑ ปีแล้ว ส่วนเรือน เป็นของจำเลยที่ ๑ ร่วมทุนกับนายไหมปลูกขึ้น และนายไหมได้ยกให้จำเลยที่ ๑ แล้วเช่นกัน ศาลชั้นต้นฟังสมข้อต่อสู้ขอจำเลย พิพากษายกฟ้อง ่โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า นายไหมได้ยกทรัพย์พิพาทให้จำเลยจริง แต่ตามคำให้การนายไหมในคดีแพ่งแดงที่ ๑๖๙/๒๔๙๘ ปรากฏว่าที่สวน ๒ แปลงนี้เป็นที่บ้านมากกว่า ๔๐ ปีแล้ว ซึ่งต้องบังคับตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ จำเลยครอบครองมา ๓ ปีเท่านั้น ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ส่วนเรือนก็ครอบครองมา ๘ ปี และการยกให้มิได้ทำหนังสือจดทะเบียน พิพากษากลับให้แบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่งตามฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ไม่มี ประเด็นหรือนำสืบกันมาเลยว่าเป็นที่บ้านที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ และการที่ศาลอุทธรณ์ยกคำให้นายนายไหมในคดีแดงที่ ๑๖๙/๒๔๙๘ มฟังเช่นนั้น ก็ไม่ชอบ เพราะไม่มีฝ่ายใดอ้างเป็นพยาน และไม่ใช่พยานของศาลด้วย ต้องถือว่าที่พิพาทเป็นที่มือเปล่าธรรมธรรมดาอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คือผู้ยึดถือมีแต่สิทธิครอบครอง แม้การยกให้จะทำไม่ถูกแบบตาม มาตรา ๕๒๕ จำเลยที่ ๒ ก็ได้สิทธิครอบครองตามที่ผู้ให้ได้สละและโอนการครอบครองให้จำเลยที่ ๒ แล้ว ตามฎีกาที่ ๑๑๐๑/๒๕๐๔ ที่พิพาทจึงไม่เป็นมรดก ส่วนเรือนก็ได้ความว่าจำเลยที่ ๑ ปลูกขึ้นโดยนายไหมให้ไม้ ๓ ตัน ร่วมปลูกด้วย เท่านั้น โดยมีข้อตกลงว่าปลูกแล้วจำเลยยอมให้นายไหมอยู่ด้วยจนกว่าจะตาย เรือนจึงเป็นของจำเลยที่ ๑ ผู้เดียว พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 74/2505 นางเหม พักสุวรรณ โจทก์ นางละออง พักสุวรรณ ที่ 1 นายใจ พิรมณ์ราช ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเหม พักสุวรรณ · 1 - นางละออง พักสุวรรณ ที่ · จำเลย - นายใจ พิรมณ์ราช ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · สารกิจปรีชา · สารกิจปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายแก้ว ปริญญานุสรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสำราญ ศิริพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 2307/2518ฎีกา 2732/2534ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 698/2537ฎีกา 149/2526ฎีกา 2026/2494ฎีกา 1969/2515ฎีกา 2752/2537ฎีกา 319/2530ฎีกา 7937/2538ฎีกา 2938/2519ฎีกา 86/2501ฎีกา 1922/2522ฎีกา 1234/2508ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 6163/2537ฎีกา 3801/2565ฎีกา 1657/2503ฎีกา 805/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา