⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 764/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 764/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลทหารได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันพยายามฆ่าคนตายแล้ว แม้ศาลทหารจะยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 เนื่องจากข้อเท็จจริงไม่เพียงพอ แต่คำพิพากษานั้นถือเป็นที่สุดเด็ดขาดในความผิดที่ถูกฟ้องไปแล้ว การนำคดีมาฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 อีกในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายอันเป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องกัน ย่อมต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันพยายามฆ่าคนตายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 ต่อศาลทหาร ศาลทหารพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มิได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 2 แต่อย่างใด ส่วนจำเลยที่ 2 ฟังว่า ได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายบาดเจ็บตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารพิจารณาพิพากษาได้ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยทั้งสามพ้นข้อหาไป ดังนี้ คดีสำหรับตัวจำเลยที่ 1 และ 3 ถือว่าได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องไปแล้ว เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายมีบาดเจ็บตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ต่อศาลพลเรือนอีก คดีสำหรับตัวจำเลยที่ 1 และที่ 3 ่ย่อมต้องห้าม ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 22/2505)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมโจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้ง ๓ ในคดีนี้ต่อศาลทหารกรุงเทพฯ (ศาลจังหวัดชัยนาทฉ) หาว่าจำลยทั้ง ๓ ร่วมกันพยายามฆ่านายสอาดผู้เสียหาย ศาลทหารในคดีนั้นได้ดำเนินการสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ไม่ได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ ๒ แต่อย่างใด ส่วนจำเลยที่ ๒ ฟังได้ว่าได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายบาดเจ็บตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารพิจารณาพิพากษาได้ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยทั้ง ๓ พ้นข้อหาไป โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องจำเลยทั้ง ๓ ต่อ ศาลจังหวัดชัยนาทว่า จำเลยทั้ง ๓ร่วมกันทำร้ายร่างกายนายสอาด ผู้เสียหายมีบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาว่า โจทก์จะนำคดีมาฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ต่อศาลพลเรือนได้อีกหรือไม่ ศาลชั้นต้นว่าเป็นฟ้องซ้ำศาลอุทธรณ์ว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำ จำเลยที่ ๑ และ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ในตอนแรกที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ต่อศาลทหารกรุงเทพ ฯ (ศาลจังหวัดชัยนาท) หาว่าพยายาามฆ่าคนตายตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓ นั้น คดีอยู่ในอำนาจที่ศาลทหารนั้นจะพิจารณาพิพากษาเมื่อศาลทหารนั้นสืบพยานเสร็จฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง และพิพากษายกฟ้องของโจทก์ ก็ต้องถือว่าคดีสำหรับตัวจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาด ในความผิดซึ่งได้ฟ้องไปแล้ว สิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องย่อมระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) ่พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 764/2505 อัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ นายจวง ตรีนัย กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดชัยนาท · จำเลย - นายจวง ตรีนัย กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจน เวชศิลป์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · โพยม เลขยานน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยนาท - นายสุธี ชอบธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรจบ เสาวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา