⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 86/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลือกที่และวิธีทำทางผ่านต้องคำนึงถึงความจำเป็นของผู้มีสิทธิจะผ่านและผลกระทบต่อที่ดินที่ถูกล้อม โดยต้องเลือกให้เสียหายน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 วรรค 3 ที่บัญญัติว่า ที่และวิธีทำทางผ่านนั้นต้องเลือกให้พอควรแก่ความจำเป็นของผู้มีสิทธิจะผ่าน กับให้คำนึงถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ให้เสียหายน้อยที่สุดที่จะเป็นได้ ถ้าจำเป้น ผู้มีสิทธิจะผ่านจะสร้างถนนเป็นทางผ่านก็ได้นั้น ความพอควรแก่ความจำเป็นของผู้มีสิทธิขอผ่านจะมีแค่ไหน เพียงไร เป็นปัญหาข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องหลวงสมิทธิเลขการ เป็นจำเลยขอให้บังคับเปิดทางถนนผ่านที่จำเลย จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์มีทางสู่ทางสาธารณได้แล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเปิดทางเดินโดยให้โจทก์จ่ายค่าทดแทนให้จำเลยตารางวาละ ๓,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ปัญหามีว่า โจทก์มีความจำเป็นจะต้องให้ฝ่ายจำเลยเปิดทางให้โจทก์อีก ๑.๕๐ เมตร ดังคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๔๙ วรรค ๓ ที่บัญญัติว่า ที่และวิธีทำทางผ่านนั้นต้องเลือกให้พอควรแก่ความจำเป็นของผู้มีสิทธิจะผ่าน กับให้คำนึงถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ให้เสียหายน้อยที่สุดที่จะเป็นได้ ถ้าจำเป้น ผู้มีสิทธิจะผ่านจะสร้างถนนเป็นทางผ่านก็ได้นั้น ความพอควรแก่ความจำเป็นของผู้มีสิทธิขอผ่านจะมีแค่ไหน เพียงไร เป็นปัญหาข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป ซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบถึงความจำเป็นของตนให้ได้ความสมตามฟ้อง ปัญหาที่ว่าความจำเป็นของโจทก์ในการใช้รถยนต์นำสืบมานั้น จะถือว่า เป็นสิ่งที่ฟุ่มเฟือย ไม่ใช่สิ่งจำเป็นหรืไม่ เห็นว่า กรณีสำหรับโจทก์นี้ มีความจำเป็นที่จะต้องใช้รถยนต์ไปประกอบอาชีพในหนทางไกล เป็นประจำวันจริง ซึ่งถ้าไม่ได้อาศัยรถยนต์เป็นพาหนะแล้ว โจทก์ก็เดือดร้อนในการไปประกอบธุระกิจอาชีพเป็นอันมาก ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การใช้รถยนต์เป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ไม่ใช่ความจำเป็นนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป ตามข้อเท็จจริงของรูปคดีนั้น จะนำมาปรับกับรูปเรื่องและข้อเท็จจริงในคดีนี้หาได้ไม่ กับเมื่อได้เปรียบเทียบคำนวนเนื้อที่ของจำเลยซึ่งมีมากถึง ๔๐๐ ตารางวาเศษ กับเนื้อที่ซึ่งจำเลยจะต้องเสียไปเพียง ๑.๕ เมตร ประกอบกันแล้วนับได้ว่า จำเลยเสียหายน้อยมาก ทั้งการที่จำเลยจะต้องเสียเนื้อที่ให้เป็นทางผ่านนี้ จำเลยก็ได้รับค่าทดแทนตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้พอสมควรกับความเสียหายของจำเลยที่เสียไปแล้ว พิพากษา ให้บังคับคดีไปตาม++ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2505 นางถนอม ยรรยง โจทก์ นางสมิทธิเลขการ ผู้รับมรดกความจำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางถนอม ยรรยง · ผู้รับมรดกความจำเลย - นางสมิทธิเลขการ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6161/2538ฎีกา 1768/2548ฎีกา 1241/2491ฎีกา 3029/2538ฎีกา 9374/2538ฎีกา 9248/2544ฎีกา 475/2546ฎีกา 404/2507ฎีกา 1313/2493ฎีกา 389/2541ฎีกา 4564/2543ฎีกา 6369/2550ฎีกา 1730/2503ฎีกา 640/2510ฎีกา 1370/2520ฎีกา 653/2516ฎีกา 326/2533ฎีกา 7524/2538ฎีกา 311/2489ฎีกา 2490/2516ฎีกา 2714/2525ฎีกา 1194/2508ฎีกา 922/2520ฎีกา 6229/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา