⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 982-983/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 982-983/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ทำเอกสารจดข้อความอันเป็นเท็จ ย่อมมีความผิดฐานจดข้อความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 แต่ไม่ผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา 161

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารจดหลักฐานการสอบสวนเท็จ ย่อมมีความผิดฐานจดหลักฐานเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 แต่ไม่ผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา 161 ส่วนจำเลยอื่น ๆ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดนั้น ย่อมมีความผิดตามมาตรา 162,86 ด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายอาญา ม.162

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องว่านายสงบจำเลยที่ ๕ เป็นปลัดอำเภอและเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย บังอาจกระทำปลอมการสอบสวนเกี่ยวกับการสงเคราะห์ครองครัวทหารและการรับบำนาญพิเศษ โดยสอบสวนจำเลยที่ ๑ ว่าเป็นภรรยาของทหารซึ่งเสียชีวิตในสมรภูมิ และเสนอเรื่องรวมเท็จ ทำให้กรมการเงินกลาโหมหลงเชื่อจ่ายเงินให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ไป ส่วนจำเลยอื่น ๆ เป็นผู้สนับสนุนให้ความสะดวกในการกระทำผิดดังกล่าว ขอให้ลงโทษ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยอื่น ๆ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยที่ ๕ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๑๖๑ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก ๓ ปี จำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๔ กับนายเฟื่อง จำเลยตามมาตรา ๑๖๑,๘๖ ซึ่งเป็นบทและกระทงที่หนักที่สุด คนละ ๒ ปี ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ หนึ่งปี ให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามฟ้อง นายสงบ-จำเลยที่ ๕ และนายเฟื่องจำเลยอุทธรณื ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๕ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗,๑๖๒ ส่วนนายเฟื่องและจำเลยที่ ๑ และที่ ๔ มีความผิดตามมาตรา ๑๕๗,๑๖๒,๘๖ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๕ ตามมาตรา ๑๖๒ ซึ่งเป็นบทหนัก ลงโทษนายเฟื่องและจำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ตามมาตรา ๓๔๒ ซึ่งเป็นบทและกระทงที่หนักที่สุด โจทก์และนายเฟื่องจำเลยฎีกา คดีมีปัญหาข้อกฎหมายมาสู่ศาลฎีกาเพียงว่า นายสงบจำเลยที่ ๕ ควรมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑ ด้วยหรือไม่ และนายเฟื่องจำเลยกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ควรมีความผิดตามมาตรา ๑๖๑,๘๖ หรือไม่ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า นายสงบจำเลยที่ ๕ ควรมีความผิดตามมาตรา ๑๖๑ ด้วย โดยอ้างอิงถึงคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๕๑ ๗๖๕/๒๕๐๐ ว่าลงโทษจำเลยในคดีนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑ และนายเฟื่อง นางไม้ นายตี๋ ก็ควรมีความผิดตามมาตรา ๑๖๑,๘๖ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ในคำพิพากษาฎีกาที่โจทก์อ้างถึง ก็ปรากฎชัดอยู่แล้วว่าจำเลยทำเอกสารขึ้นในนามของจำเลยเอง ไม่ใช่ทำปลอมในนามของผู้อื่น จึงไม่เป็นความผิดฐานปลอมหนังสือ เช่นเดียวกันกับนายสงบจำเลยที่ ๕ ก็ได้ทำเอกสารขึ้นในนามของตนเอง ไม่ใช่ในนามของผู้อื่น ฉะนั้น นายสงบจำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒(๔), หาใช่มาตรา ๑๖๑ ไม่ และนายเฟื่องจำเลยและนางไม้จำเลยที่ ๑ นายตี๋จำเลยที่ ๔ ก็มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของนายสงบจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ (๔) ,๘๖ ด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 982 - 983/2505 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางไม้ กล้าหาญ กับพวกรวม 9 คน จำเลย พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางเฟื่อง สุคนขสิงห์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นางไม้ กล้าหาญ กับพวกรวม 9 คน · โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นางเฟื่อง สุคนขสิงห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท สุมาวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · เชื้อ คงคากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายพินิจ เพ็ชรชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี ชุติวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3555/2568ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 5299/2533ฎีกา 2700/2565ฎีกา 2299/2532ฎีกา 5865/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 955/2512ฎีกา 1090/2522ฎีกา 7364/2554ฎีกา 2907/2526ฎีกา 2597/2516ฎีกา 8275/2544ฎีกา 198/2564ฎีกา 313/2526ฎีกา 3116/2527ฎีกา 4399-4400/2555ฎีกา 3153/2531ฎีกา 1680/2532ฎีกา 7281/2537ฎีกา 4392/2531ฎีกา 339/2519ฎีกา 274/2521ฎีกา 3595/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา