คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1019-1021/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงโทษจำเลยต้องเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิด เว้นแต่กฎหมายที่ใช้ภายหลังจะเป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดมากกว่า ซึ่งในกรณีนี้ กฎหมายที่ใช้ภายหลังไม่มีกำหนดโทษขั้นต่ำไว้ จึงสามารถลงโทษจำเลยได้ตามที่ศาลเห็นสมควรเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยปลอมหนังสือในหน้าที่ตน มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 229 มีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ขณะกระทำผิด แต่เมื่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด จึงต้องใช้มาตรา 161 แห่งประมวลกฎหมายอาญาเป็นบทลงโทษ และในบทความผิดที่จะใช้แก่จำเลยนี้ ไม่มีอัตราโทษจำคุกอย่างต่ำไว้ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลก็ลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องฟังพยานโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยเป็น 3 สำนวน ศาลรวมพิจารณา ได้ความว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทุจริต ต่อหน้าที่ยักยอกทรัพย์และปลอมหนังสือระหว่างตั้งแต่ พ.ศ. 2490 ถึงปลาย พ.ศ. 2498 ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131, 225, 229 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) มาตรา 3 (ฉบับที่ 5) มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 161, 266 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3 ขอให้นับโทษต่อ และขอให้คืนหรือใช้เงิน 50,183.43 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง
คู่ความต่างแถลงไม่สืบพยาน
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยทำผิดจริง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง แต่ให้วางโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131, 225 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยและให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131 ซึ่งเป็นกระทงหนักกระทงเดียว ลดรับสารภาพกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 ให้นับโทษต่อและให้คืนหรือใช้เงิน
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่า ข้อหาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 229พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 5)มาตรา 3 มีกำหนดโทษขั้นต่ำตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไปเมื่อโจทก์ไม่สืบพยานจะลงโทษจำเลยไม่ได้
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อหาว่าปลอมหนังสือในหน้าที่ของตนตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 229 ที่จำเลยฎีกานั้น เป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิด แตกต่างกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 ที่ใช้ในภายหลังโดยมีอัตราโทษแตกต่างกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด ฉะนั้น ในความผิดนี้จึงต้องใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 เป็นบทลงโทษ ในบทความผิดที่จะใช้แก่จำเลยนี้ไม่มีอัตราโทษจำคุกอย่างต่ำไว้ ส่วนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญาที่จำเลยฎีกาก็กำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้เพียง 1 ปี เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องฟังพยานโจทก์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1019 - 1021/2506
อัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์
นายเยื้อน ทัดดำ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายเยื้อน ทัดดำ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวัสดิ์ พานิชอัตรา · บริรักษ์จรรยาวัตร · โพยม เลขยานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา