⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1098/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1098/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้สิทธิผ่านหรือเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นตามมาตรา 1353 ทำให้ผู้ใช้สิทธิพ้นจากการเป็นผู้ทำละเมิด เว้นแต่เจ้าของที่ดินจะห้ามปราม หากเจ้าของที่ดินห้ามแล้วผู้ใช้สิทธิยังคงฝ่าฝืน ถือว่าเป็นการละเมิด และหากการใช้สิทธิดังกล่าวเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไปโดยเจ้าของที่ดินมิได้ห้าม ที่ดินนั้นจะตกเป็นภาระจำยอมตามสิทธิที่ใช้ไป.

ย่อคำพิพากษา

การผ่านหรือเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1353 แม้จะเป็นการใช้สิทธิในทรัพย์ของผู้อื่น ก็ทำให้ผู้ที่มิใช่เจ้าของซึ่งผ่านหรือเข้าไปพ้นจากการเป็นผู้ทำละเมิด แต่เจ้าของที่ดินห้ามได้เสมอ เมื่อห้ามแล้วยังฝ่าฝืนก็ต้องตกเป็นผู้ละเมิด ถ้าไม่ห้ามและการผ่านหรือเข้าไปในที่ดินดังกล่าว โดยอาศัยอำนาจของผู้ผ่านหรือเข้าไปเอง และถ้าเป็นเวลา 10 ปีหรือกว่า 10 ปีขึ้นไป ที่ดินที่ถูกผ่านหรือเข้าไปก็ต้องตกเป็นภาระจำยอม ฤดูแล้งคนทั่วไป วัวควาย ล้อเลื่อน ใช้ทางพิพาทกว้าง 4 ศอก ฤดุทำนาเฉพาะคนอย่างเดียวเท่านั้นใช้ทางพิพาทกว้าง 1 ศอก โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร เป็นเวลา 10 ปี หรือเกิน 10 ปีขึ้นไป ทางพิพาทย่อมตกเป็นภาระจำยอมให้ฤดูทำนากว้าง 1 ศอก ฤดูนอกนั้นกว้าง 4 ศอก โจทก์เพิ่งได้เอากระบือไปทำนาและพากลับบ้านด้วย โดยผ่านทางพิพาทเป็นเวลา 2 ปี ไม่ทำให้ทางพิพาทตกเป็นภาระจำยอมเกินกว่า 1 ศอก เพื่อให้กระบือผ่านในฤดูทำนาด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1353 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ครอบครัวโจทก์และบุคคลอื่นได้ใช้ทางในที่ดินจำเลย (ทางพิพาท เดิมและนำโคกระบือวัวเกวียนผ่านไปทำธุระกิจ และไปสู่ทางสาธารณอื่น ๆ กับกลับบ้านเป็นทางกว้างราว ๕ ศอกเศษ มาไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี โดยไม่ได้ถูกห้ามจนเป็นภาระจำยอมแล้ว โจทก์จะไปทางอื่นก็ไม่ได้ จึงเป็นทางจำเป็น เมื่อวันที่ ๘-๙ พฤษภาคม ๒๕๐๔ จำเลยได้ล้อมรั้วปิดทางเดินดังกล่าว ขอให้ศาลบังคับจำเลยเปิดรั้วและห้ามไม่ให้จำเลยหวงห้ามขัดขวางต่อไป จำเลยปฏิเสธ ต่อสู้ว่าวัวควายโจทก์ทำให้ข้าวกล้าและคันนาเสียหาย ได้บอกให้โจทก์เดินตามริมคลองเก่าไปออกทางสาธารณหรือออกทางบ้านนายจำเนียรซึ่งเป็นที่ดินของจำเลย แล้วจำเลยจึงล้อมรั้ว โจทก์ไม่เคยผ่านนาจำเลยถึง ๑๐ ปี โจทก์เคยขอนำกระบือผ่านนอกฤดูทำนา ก็ไม่ใช่ทางกว้างดังฟ้อง เป็นเพียงคันนา จึงไม่ใช่ภาระจำยอม และโจทก์ไม่มีความจำเป็นที่จะผ่านนาจำเลย เพราะมีทางอื่นที่จะผ่านได้ ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง ทางพิพาทใช้มาหลายสิบปีแล้ว ฤดูแล้งคนทั่วไป วัวควาย ล้อเลื่อน ใช้ทางพิพาทได้กว้าง ๔ ศอก ฤดูทำนาเฉพาะคนอย่างเดียวใช้ทางพิพาทกว้าง ๑ ศอก โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร พิพากษาให้จำเลยเปิดทางพิพาทในฤดูทำนากว้าง ๑ ศอก ฤดูนอกนั้นกว้าง ๔ ศอก โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยเปิดทางพิพาทในฤดูทำนาขอให้โจทก์นำควายผ่านได้กว้าง ๒ ศอก จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาฟังว่า เฉพาะบุคคลแล้ว ใช้ทางพิพาทเดินตลอดปี โดยประชาชนใช้ทางพิพาทมาหลายสิบปีแล้ว โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร ทางพิพาทตกเป็นภาระจำยอม และฟังว่าในฤดูทำนาโจทก์ใช้กระบือทำนาโดยยกคอกย้ายกระบือไปไว้ที่นาของโจทก์ แต่ไม่ได้ยกไปราว ๒ ปี พ.ศ.๒๕๐๒-๒๕๐๓ ดังนั้น ในฤดูทำนา พ.ศ.๒๕๐๒,๒๕๐๓ ไม่ว่าโจทก์จะได้นำกระบือผ่านนาจำเลยโดยไม่ได้ขออนุญาตจำเลยจริงหรือไม่ก็ยังไม่ถึง ๑๐ ปี ไม่เป็นเหตุให้ที่ดินจำเลย (รายพิพาท) ต้องตกอยู่ในภาระจำยอมอันจะเป็นเหตุให้จำเลยต้องยอมรับกรรมให้นำกระบือผ่านได้ในฤดูทำนา ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยห้ามโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๓ นั้น ศาลฎีกาว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๓ เป็นบทบัญญัติถึงแดนแห่งกรรมสิทธิ์ และการใช้กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นเรื่องการใช้สิทธิในทรัพย์สินของตนเอง คือ ถ้าเจ้าของที่ดินได้กั้นที่ดินหรือที่ดินเป็นที่เพาะ เตรียมหว่าน ปลูก ฯ อยู่แล้ว บุคคลใดจะพาปศุสัตว์ผ่านหรือเข้าไป ฯลฯ ไม่ได้ มิฉะนั้นก็ผ่านเข้าไปได้ การผ่านหรือเข้าไปได้ตามกฎหมายมาตรานี้ แม้จะเป็นกริยาการใช้สิทธิในทรัพย์สินของผู้อื่น แต่ก็ทำให้ผู้ที่ผ่านหรือเข้าไปพ้นจากการเป็นผู้ทำละเมิดได้อย่างไรก็ตาม เจ้าของห้ามได้เสมอ เมื่อห้ามแล้วฝ่าฝืนก็ต้องตกเป็นผู้ละเมิด ถ้าเจ้าของที่ดินไม่ห้าม และการผ่านหรือเข้าไปในที่ดินดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจของผู้ผ่านหรือเข้าไปเอง ถ้าเป็นเวลา ๑๐ ปี หรือกว่าขึ้นไป ที่ดินที่ถูกผ่านหรือเข้าไปก็ต้องตกเป็นภาระจำยอม เมื่อเป็นภาระจำยอมแล้ว จำเลยก็ห้ามโจทก์ผ่านหรือเข้าไปไม่ได้ เรื่องทางจำเป็นนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีของโจทก์ไม่ใช่กรณีที่ที่ดินของโจทก์ถูก+ จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณได้ ไม่ทำให้โจทก์มีสิทธินำกระบือผ่านที่ดินจำเลยดังโจทก์อ้าง พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1098/2506 นายเอี๋ยน รื่นบุตร ที่ 1 นางละม่อม รื่นจิตร ที่ 2 นายเผี่ยน รื่นมิตร ที่ 3 โจทก์ นายเพิ่ม คล้ายคลึง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเอี๋ยน รื่นบุตร ที่ 1 นางละม่อม รื่นจิตร ที่ 2 นายเผี่ยน รื่นมิตร ที่ 3 · จำเลย - นายเพิ่ม คล้ายคลึง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พร สุขารมณ์ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลือรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสุมน สมรรถไท · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจน์ธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6460/2546ฎีกา 28/2531ฎีกา 347/2521ฎีกา 605-606/2544ฎีกา 6524/2541ฎีกา 4300/2543ฎีกา 1082/2526ฎีกา 2091/2542ฎีกา 6954/2538ฎีกา 777-778/2533ฎีกา 2975/2553ฎีกา 3075/2524ฎีกา 2327/2539ฎีกา 2320/2543ฎีกา 285/2547ฎีกา 2491/2540ฎีกา 4415/2528ฎีกา 536/2536ฎีกา 2789/2537ฎีกา 789/2544ฎีกา 5605/2539ฎีกา 839/2538ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา