⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1117/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ในคดีไม่มีทุนทรัพย์ที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง แม้จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาจะวินิจฉัยเฉพาะข้อเท็จจริงที่ได้ว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เท่านั้น หากศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงใดเพราะต้องห้ามอุทธรณ์ ข้อเท็จจริงนั้นจะถือว่ามิได้ว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาจะไม่วินิจฉัยให้

ย่อคำพิพากษา

คดีไม่มีทุนทรัพย์ (คดีฟ้องขับไล่) ที่ต้องห้ามอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น แม้จะไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงด้วย ศาลฎีกาก็รับพิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้ว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์เท่านั้น ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงให้เพราะต้องห้ามอุทธรณ์ ต้องถือว่าข้อเท็จจริงนั้นมิได้ว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ แม้คดีจะฎีกาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาก็ไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงนี้ให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่เช่า ค่าเช่าปีละ ๑๒๐ บาท โดยมิได้เรียกค่าเช่าและค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่าได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ และต่อสู้ในข้ออื่น ๆ ก่อนสืบพยาน โจทก์จำเลยรับกันมีใจความสำคัญข้อหนึ่งว่า "โจทก์จำเลยรับว่า จำเลยได้ใช้บ้านนี้ทำการค้าติดต่อกันเป็นเวลา ๓ ปี และเสียภาษีการค้าด้วย แต่จำเลยเลิกตลอดมา และจำเลยอยู่อาศัยในบ้านนี้มาจนทุกวันนี้ ๗-๘ ปี แล้ว จำเลยเลิกเพราะไม่สามารถทำการค้าและไม่มีคนมาซื้อ " แล้วขอให้ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าหรือไม่ ประเด็นอื่น ๆ ไม่ติดใจและไม่ติดใจสืบพยานต่อไป ศาลจังหวัดเพ็ชรบุรีเห็นว่า การที่จำเลยเปลี่ยนแปลงเจตนาเดิมมาเป็นที่อยู่อาศัยไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้รู้เห็นยินยอมด้วย จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ ให้ขับไล่จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า หลังจากจำเลยเลิกทำการค้าแล้ว โจทก์คงยอมให้จำเลยใช้บ้านเป็นที่อยู่อาศัย เป็นการเปลี่ยนเจตนาการเช่ามาเป็นเพื่ออยู่อาศัยนั้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ข้อนี้ให้ คงพิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้แล้วว่า ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้รู้เห็นยินยอมกับการที่จำเลยเปลี่ยนเจตนาการเช่านั้นเป็นการวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยอุทธรณ์ในข้อนี้ ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ นั้นชอบแล้ว เมื่อจำเลยฎีกาก็ยกปัญหานี้ขึ้นมาอีก ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้มาแล้วเพราะต้องห้าม จึงต้องถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒+ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ คงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2506 นายยิม ชาติน้ำเพชร โจทก์ นายแจ แซ่แต้ ที่ 1 นางม่วย แซ่แต้ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยิม ชาติน้ำเพชร · จำเลย - นายแจ แซ่แต้ ที่ 1 นางม่วย แซ่แต้ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำราญ ศิริพันธ์ · ชวน สิงหลกะ · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายประมวล สุวรรณจินดา · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3616/2558ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 891/2510ฎีกา 1036/2506ฎีกา 9188/2538ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1593/2524ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2224/2528ฎีกา 6455/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 497/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา