คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1170/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำมั่นว่าจะให้ต่ออายุสัญญาเช่า ผู้เช่าต้องแสดงความจำนงขอปฏิบัติตามคำมั่นก่อนสัญญาเช่าครบกำหนด มิฉะนั้นจะบังคับตามคำมั่นไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
คำมั่นที่ผู้ให้เช่าตกลงว่า เมื่อสัญญาเช่าครบกำหนดแล้ว ยินยอมจะให้ต่ออายุสัญญาเช่าต่อไปอีกได้นั้น ผู้เช่าต้องแสดงความจำนงขอปฎิบัติตามคำมั่นเสียก่อน ครบกำหนดอายุสัญญาเช่า มิฉะนั้น หามีผลที่จะบังคับกันได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์อัตราค่าเช่าเดือนละ ๑,๐๕๐ บาท มีกำหนด ๓ ปี สัญญาเช่าสิ้นสุดแล้ว โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่า แต่จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ขับไล่และใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้ง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องการบอกเลิกการเช่าของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่ผู้แทนของโจทก์ได้ให้คำมั่นตกลงให้จำเลยเช่าที่พิพาทต่อเมื่อสัญญาเช่าครบกำหนด และเมื่อจำเลยได้มอบเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท เป็นการตอบแทน ถือว่าจำเลยได้แสดงความจำนงรับปฏิบัติตามคำมั่นแล้ว จึงเป็นสัญญาที่มีผลบังคับได้ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งของจำเลย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง+รายที่พิพาทและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๒,๑๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท
จำเลยฎีกา
มีปัญหามาสู่ศาลฎีกาว่า การแสดงความจำนงของจำเลยเพื่อขอปฏิบัติตามคำมั่นนั้น จะมีผลบังคับได้ดังจำเลยต่อสู้หรือไม่ เห็นว่า แม้จะฟังว่า เอกสาร ล.๓ เป็นคำมั่นที่จะให้ต่ออายุสัญญาเช่าต่อไปอีกได้ก็ดี แต่ตามหนังสือสัญญาเช่าที่พิพาทที่โจทก์กับจำเลยได้ทำกันไว้นั้น ครบกำหนดอายุสัญญาเช่าในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๐๒ ซึ่งจำเลยควรจะต้องแสดงความจำนงขอปฏิบัติตามคำมั่นในการขอต่ออายุสัญญาเช่าเสียภายในกำหนดเวลาที่สัญญาเช่านั้นยังไม่พ้นกำหนดการเช่า แต่คดีปรากฎตามเอกสาร ล. ๖ ที่จำเลยได้มีหนังสือแสดงความจำนงขอปฎิบัติตามคำมั่นเพื่อขอต่ออายุสัญญาเช่าต่อไปนั้น จำเลยเพิ่งได้เขียนไปยังโจทก์เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๐๒ ซึ่งล่วงเลยพ้นกำหนดตามหนังสือสัญญาเช่าแล้ว เป็นเวลา ถึง ๒ เดือน เช่นนี้ เห็นว่า แม้จะฟังว่าเอกสาร ล.๓ เป็นคำมั่นก็ดี ก็ไม่มีผลที่จะบังคับได้เสียแล้ว ฉะนั้น จำเลยจึงหามีสิทธิที่จะยกขึ้นอ้างขอต่ออายุสัญญาเช่าต่อไปไม่
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1170/2506
พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา และ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรา
นนท์ธวัช โดยนายวรงค์ วงศ์ทองศรี ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นายเตี๊ยกฮู แซ่จิง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรา - พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา และ · โจทก์ - นนท์ธวัช โดยนายวรงค์ วงศ์ทองศรี ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายเตี๊ยกฮู แซ่จิง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สำราญ ศิริพันธ์ · ชวน สิงหลกะ · คร้าม สิวายะวิโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประสาท สุคนธมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายปันโน สุขทรรศนีย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา