⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1419/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1419/2506

ป.รัษฎากร ม.28, 133

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เอกสารที่มีลักษณะของใบรับและตั๋วแลกเงิน ให้ถือว่าต้องเสียอากรอย่างตั๋วแลกเงิน และไม่อยู่ในลักษณะเป็นใบรับที่ต้องเสียอากรอีกต่อไป.

ย่อคำพิพากษา

เอกสารที่ประกอบด้วยลักษณะของใบรับอันต้องปิออากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรกับมีลักษณะและการใช้ทำนองเดียวกับตั๋วแลกเงินรวมอยู่ด้วย ตั๋วแลกเงินอันจะต้องเสียอากรตามบัญชี อากรแสดมป์ข้อ 9 คือ ตั๋วแลกเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อทำผิดแบบไม่อาจถือว่าเป็นตั๋วแลกเงินอันจะต้องเสียอากรตามอัตราดังกล่าวได้ เอกสารที่มีลักษณะของใบรับ กับมีลักษณะและการใช้ทำนองเดียวกับตั๋วแลกเงินด้วย ถ้าทำขึ้นเมื่อใช้บังคับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 แล้ว ก็เข้าลักษณะต้องเสียอากรอย่างตั๋วแลกเงินและต้องถือว่าไม่อยู่ในลักษณะเป็นใบรับที่ต้องเสียอากรอีกด้วย การลดหย่อนเงินเพิ่มอากรตามกฎกระทรวงฉบับที่ 80 นั้น เป็นดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะ จะขอให้ศาลใช้ดุลยพินิจเปลี่ยนแปลงหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎกระทรวง ฉบับที่ 80 (พ.ศ.2496) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ม.2 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.909 ประมวลรัษฎากร ม.28 ประมวลรัษฎากร ม.133 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ม.5 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ม.51

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.909 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเอกสาร (จดหมายของสำนักงานสาขามีไปถึงสำนักงานใหญ่ของโจทก์) รวม ๕๑๐ ฉบับ ไม่ใช่ใบรับอันต้องปิดอากรแสตมป์ ตามประมวลรัษฎากรและพิพากษาว่า จำเลยตลอดจนพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยไม่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรและเงินเพิ่มอากรตามที่แจ้งในหมยเรียกซึ่งรวมเป็นเงิน ๕๕๗,๒๒๔.๕๐ บาท หรือถ้าหากโจทก์จะต้องเสียก็ขอให้สั่งจำเลยและพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยลดหย่อนเงินเพิ่มอากรให้แก่โจทก์ตามกฎกระทรวง จำเลยให้การว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยเรียกเก็บเงินอากรและเงินเพิ่มอากรจากโจทก์โดยชอบตามกฎหมาย ที่โจทก์ขอลดหย่อนเงินเพิ่มอากรต่อจำเลย จำเลยเห็นว่าไม่มีเหตุอันควรที่จำเลยจะสั่ง+ ขอให้ยกฟ้อง ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์เป็นบริษัททำการซื้อขายยาง ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่ยะลา และมีสำนักงานสาขาอยู่ที่เบตงและที่อื่น ๆ อีก เพื่อประโยชน์แก่การค้าของโจทก์ที่จะไม่ต้องส่งเงินไปมาระหว่างสำนักงานใหญ่กับสาขา และเพื่อช่วยเหลือลูกค้าให้ได้รับความสะดวก และปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย จึงให้สำนักงานสาขาที่เบตงรับซื้อยาง โดยให้ผู้ขายไปรับเงินจากสำนักงานใหญ่ที่ยะลาก็ได้ โดยเมื่อสำนักงานสาขาที่เบตงได้รับซื้อยางไว้เป็นราคาเท่าใด หรือได้รับฝากเงินโอนไปจ่ายจากใครเท่าใด ก็ออกเอกสารตามที่พิพาทกันนี้เป็นหลักฐานเพื่อผู้ขายยางหรือผู้ฝากเงินโอนไปจ่ายนั้นไปรับเงินได้จากสำนักงานใหญ่ เอกสารนี้ทำเป็นแบบพิมพ์ภาษาจีน และกรอกข้อความเป็นราย ๆ โดยมีข้อความเหมือน ๆ กันว่าได้รับเงินจากใคร เป็นจำนวนเท่าใด ดังตัวอย่างคำแปลฉบับหนึ่งว่า "เลขที่ G ๙ (ให้สังเกตถือใบรับและผู้ถือใบรับด้วย) ด้วยได้รับเงินจากนายบุ้นลือ แซ่เฮ้ง เป็นเงินไทย ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้วน ได้ส่งเอกสารนี้มาให้ยึดถือไว้เป็นหลักฐาน ถึงบริษัทไต้ต๋องยะลา ผ่านมือนายก๊กไถ่ แซ่ตั้ง บริษัทไต้ต๋อง จำกัด สาขาเบตง วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๙๖" ศาลฟังว่าเป็นเอกสารที่สำนักงานสาธารณมอบให้ผู้ฝากเงินยึดถือไว้เพื่อนำไปขอรับเงินจากสำนักงานใหญ่ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เอกสารทั้ง ๕๑๐ ฉบับนี้ ประกอบด้วยลักษณะของใบรับอันต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร ตามที่วิเคราะห์ศัพท์ไว้ในมาตรา ๑๐๓ ทั้งไม่มีลักษณะต้องด้วยข้อยกเว้น ไม่ต้องเสียอากรในลักษณะเป็นใบรับแต่อย่างใด ส่วนที่โจทก์อ้างว่าเอกสารนี้เป็นตั๋วแลกเงินที่ทำผิดแบบ หากจะต้องเสียอากรก็ต้องเสียในลักษณะตั๋วแลกเงิน เห็นว่าไม่มีบทวิเคราะห์ศัพท์คำว่า ตั๋วแลกเงินไว้ในประมวลรัษฎากร จึงต้องเข้าใจว่าได้แก่ตั๋วแลกเงินตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งกำหนดแบบไว้ด้วย เอกสารที่พิพาทกันนี้แม้จะมีลักษณะและการใช้ทำนองเดียวกับตั๋วแลกเงินอยู่ด้วยก็ดี แต่ทำผิดแบบจึงไม่อาจถือว่าเป็นตั๋วแลกเงินอันจะต้องเสียอากรตามอัตราอากรแสตมป์ข้อ ๙ ได้ อัตราอากรแสตมป์ข้อ ๙ นี้ ได้แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ.๒๔๙๖ ซึ่งให้ใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๔๙๖ เป็นว่า "ตั๋วแลกเงินหรือตราสารทำนองเดียวกันที่ใช้อย่างตั๋วแลกเงิน" แต่เอกสารที่พิพาทนี้ทำขึ้นก่อนวันใช้บังคับพระราชบัญญัติแก้ไขนี้เป็นส่วนมาก เอกสารเหล่านั้นย่อมฟ้องเสียอากรในลักษณะใบรับตามกฎหมายที่ใช้บังคับในระหว่างนั้น ที่ทำขึ้นเมื่อใช้บังคับพระราชบัญญัตินั้นแล้ว เป็นส่วนน้อย และส่วนน้อยนี้ก็พอถือได้ว่าเป็นตราสารทำนองเดียวกับตั๋วแลกเงินและใช้อย่างตั๋วแลกเงิน อันเข้าลักษณะเสียอากรอย่างตั๋วแลกเงินตามข้อ ๙ แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ และต้องถือว่าไม่อยู่ในลักษณะเป็นใบรับที่ต้องเสียอากรอีกด้วย ฎีกาโจทก์พอฟังขึ้นเฉพาะที่เกี่ยวกับเอกสารที่ทำขึ้นเมื่อใช้บังคับพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับดังกล่าวแล้วเท่านั้น การลดหย่อนเงินเพิ่มอากรตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๘๐ นั้น เป็นดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจแล้วเห็นว่าโจทก์มีเจตนาหลีกเลี่ยงอากร โจทก์จะร้องขอให้ศาลใช้ดุลพินิจเปลี่ยนแปลงดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นหาได้ไม่ พิพากษาแก้เฉพาะว่าเอกสาร ๕๑๐ ฉบับนี้ไม่ใช่ใบรับอันต้องปิดอากรณ์แสตมป์ตามประมวลรัษฎากรเฉพาะแต่ฉบับที่ทำขึ้นตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๔๙๖ และจำเลยไม่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรในลักษณะใบรับสำหรับเอกสารที่ไม่ใช่ใบรับนั้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1419/2506 บริษัทไต้ต๋อง จำกัด โดยนายตัณเกียนเงียบ กรรมการผู้จัดการ นายตันใจเฮ็ง กรรมการ และนายอิ่วละอ่อง บุนนาค ผู้ชำระบัญชี โจทก์ กรมสรรพากร โดยหลวงอาจพิศาลกิจ อธิบดี กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความนายตันใจเฮ็ง - บริษัทไต้ต๋อง จำกัด โดยนายตัณเกียนเงียบ กรรมการผู้จัดการ · โจทก์ - กรรมการ และนายอิ่วละอ่อง บุนนาค ผู้ชำระบัญชี · จำเลย - กรมสรรพากร โดยหลวงอาจพิศาลกิจ อธิบดี กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · ห้วน ประชาบาล · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอรุณ ตินทุกะสิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด นาวีเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2326/2516ฎีกา 948/2491ฎีกา 14/2498ฎีกา 1724/2513ฎีกา 3895/2525ฎีกา 3700/2552ฎีกา 1245/2499ฎีกา 2516/2530ฎีกา 678/2514ฎีกา 4380/2531ฎีกา 24/2487ฎีกา 1326/2530ฎีกา 6276/2533ฎีกา 653/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา