คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1419/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เอกสารที่มีลักษณะของใบรับและตั๋วแลกเงิน ให้ถือว่าต้องเสียอากรอย่างตั๋วแลกเงิน และไม่อยู่ในลักษณะเป็นใบรับที่ต้องเสียอากรอีกต่อไป.
ย่อคำพิพากษา
เอกสารที่ประกอบด้วยลักษณะของใบรับอันต้องปิออากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรกับมีลักษณะและการใช้ทำนองเดียวกับตั๋วแลกเงินรวมอยู่ด้วย
ตั๋วแลกเงินอันจะต้องเสียอากรตามบัญชี อากรแสดมป์ข้อ 9 คือ ตั๋วแลกเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อทำผิดแบบไม่อาจถือว่าเป็นตั๋วแลกเงินอันจะต้องเสียอากรตามอัตราดังกล่าวได้
เอกสารที่มีลักษณะของใบรับ กับมีลักษณะและการใช้ทำนองเดียวกับตั๋วแลกเงินด้วย ถ้าทำขึ้นเมื่อใช้บังคับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 แล้ว ก็เข้าลักษณะต้องเสียอากรอย่างตั๋วแลกเงินและต้องถือว่าไม่อยู่ในลักษณะเป็นใบรับที่ต้องเสียอากรอีกด้วย
การลดหย่อนเงินเพิ่มอากรตามกฎกระทรวงฉบับที่ 80 นั้น เป็นดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะ จะขอให้ศาลใช้ดุลยพินิจเปลี่ยนแปลงหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎกระทรวง ฉบับที่ 80 (พ.ศ.2496) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ม.2 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.909 ประมวลรัษฎากร ม.28 ประมวลรัษฎากร ม.133 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ม.5 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ม.51 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเอกสาร (จดหมายของสำนักงานสาขามีไปถึงสำนักงานใหญ่ของโจทก์) รวม ๕๑๐ ฉบับ ไม่ใช่ใบรับอันต้องปิดอากรแสตมป์ ตามประมวลรัษฎากรและพิพากษาว่า จำเลยตลอดจนพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยไม่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรและเงินเพิ่มอากรตามที่แจ้งในหมยเรียกซึ่งรวมเป็นเงิน ๕๕๗,๒๒๔.๕๐ บาท หรือถ้าหากโจทก์จะต้องเสียก็ขอให้สั่งจำเลยและพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยลดหย่อนเงินเพิ่มอากรให้แก่โจทก์ตามกฎกระทรวง
จำเลยให้การว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยเรียกเก็บเงินอากรและเงินเพิ่มอากรจากโจทก์โดยชอบตามกฎหมาย ที่โจทก์ขอลดหย่อนเงินเพิ่มอากรต่อจำเลย จำเลยเห็นว่าไม่มีเหตุอันควรที่จำเลยจะสั่ง+ ขอให้ยกฟ้อง
ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์เป็นบริษัททำการซื้อขายยาง ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่ยะลา และมีสำนักงานสาขาอยู่ที่เบตงและที่อื่น ๆ อีก เพื่อประโยชน์แก่การค้าของโจทก์ที่จะไม่ต้องส่งเงินไปมาระหว่างสำนักงานใหญ่กับสาขา และเพื่อช่วยเหลือลูกค้าให้ได้รับความสะดวก และปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย จึงให้สำนักงานสาขาที่เบตงรับซื้อยาง โดยให้ผู้ขายไปรับเงินจากสำนักงานใหญ่ที่ยะลาก็ได้ โดยเมื่อสำนักงานสาขาที่เบตงได้รับซื้อยางไว้เป็นราคาเท่าใด หรือได้รับฝากเงินโอนไปจ่ายจากใครเท่าใด ก็ออกเอกสารตามที่พิพาทกันนี้เป็นหลักฐานเพื่อผู้ขายยางหรือผู้ฝากเงินโอนไปจ่ายนั้นไปรับเงินได้จากสำนักงานใหญ่ เอกสารนี้ทำเป็นแบบพิมพ์ภาษาจีน และกรอกข้อความเป็นราย ๆ โดยมีข้อความเหมือน ๆ กันว่าได้รับเงินจากใคร เป็นจำนวนเท่าใด ดังตัวอย่างคำแปลฉบับหนึ่งว่า
"เลขที่ G ๙ (ให้สังเกตถือใบรับและผู้ถือใบรับด้วย)
ด้วยได้รับเงินจากนายบุ้นลือ แซ่เฮ้ง เป็นเงินไทย ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้วน ได้ส่งเอกสารนี้มาให้ยึดถือไว้เป็นหลักฐาน ถึงบริษัทไต้ต๋องยะลา
ผ่านมือนายก๊กไถ่ แซ่ตั้ง บริษัทไต้ต๋อง จำกัด สาขาเบตง วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๙๖"
ศาลฟังว่าเป็นเอกสารที่สำนักงานสาธารณมอบให้ผู้ฝากเงินยึดถือไว้เพื่อนำไปขอรับเงินจากสำนักงานใหญ่
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เอกสารทั้ง ๕๑๐ ฉบับนี้ ประกอบด้วยลักษณะของใบรับอันต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร ตามที่วิเคราะห์ศัพท์ไว้ในมาตรา ๑๐๓ ทั้งไม่มีลักษณะต้องด้วยข้อยกเว้น ไม่ต้องเสียอากรในลักษณะเป็นใบรับแต่อย่างใด
ส่วนที่โจทก์อ้างว่าเอกสารนี้เป็นตั๋วแลกเงินที่ทำผิดแบบ หากจะต้องเสียอากรก็ต้องเสียในลักษณะตั๋วแลกเงิน เห็นว่าไม่มีบทวิเคราะห์ศัพท์คำว่า ตั๋วแลกเงินไว้ในประมวลรัษฎากร จึงต้องเข้าใจว่าได้แก่ตั๋วแลกเงินตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งกำหนดแบบไว้ด้วย เอกสารที่พิพาทกันนี้แม้จะมีลักษณะและการใช้ทำนองเดียวกับตั๋วแลกเงินอยู่ด้วยก็ดี แต่ทำผิดแบบจึงไม่อาจถือว่าเป็นตั๋วแลกเงินอันจะต้องเสียอากรตามอัตราอากรแสตมป์ข้อ ๙ ได้
อัตราอากรแสตมป์ข้อ ๙ นี้ ได้แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ.๒๔๙๖ ซึ่งให้ใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๔๙๖ เป็นว่า "ตั๋วแลกเงินหรือตราสารทำนองเดียวกันที่ใช้อย่างตั๋วแลกเงิน" แต่เอกสารที่พิพาทนี้ทำขึ้นก่อนวันใช้บังคับพระราชบัญญัติแก้ไขนี้เป็นส่วนมาก เอกสารเหล่านั้นย่อมฟ้องเสียอากรในลักษณะใบรับตามกฎหมายที่ใช้บังคับในระหว่างนั้น ที่ทำขึ้นเมื่อใช้บังคับพระราชบัญญัตินั้นแล้ว เป็นส่วนน้อย และส่วนน้อยนี้ก็พอถือได้ว่าเป็นตราสารทำนองเดียวกับตั๋วแลกเงินและใช้อย่างตั๋วแลกเงิน อันเข้าลักษณะเสียอากรอย่างตั๋วแลกเงินตามข้อ ๙ แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ และต้องถือว่าไม่อยู่ในลักษณะเป็นใบรับที่ต้องเสียอากรอีกด้วย ฎีกาโจทก์พอฟังขึ้นเฉพาะที่เกี่ยวกับเอกสารที่ทำขึ้นเมื่อใช้บังคับพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับดังกล่าวแล้วเท่านั้น
การลดหย่อนเงินเพิ่มอากรตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๘๐ นั้น เป็นดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจแล้วเห็นว่าโจทก์มีเจตนาหลีกเลี่ยงอากร โจทก์จะร้องขอให้ศาลใช้ดุลพินิจเปลี่ยนแปลงดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นหาได้ไม่
พิพากษาแก้เฉพาะว่าเอกสาร ๕๑๐ ฉบับนี้ไม่ใช่ใบรับอันต้องปิดอากรณ์แสตมป์ตามประมวลรัษฎากรเฉพาะแต่ฉบับที่ทำขึ้นตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๔๙๖ และจำเลยไม่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรในลักษณะใบรับสำหรับเอกสารที่ไม่ใช่ใบรับนั้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1419/2506
บริษัทไต้ต๋อง จำกัด โดยนายตัณเกียนเงียบ กรรมการผู้จัดการ นายตันใจเฮ็ง
กรรมการ และนายอิ่วละอ่อง บุนนาค ผู้ชำระบัญชี โจทก์
กรมสรรพากร โดยหลวงอาจพิศาลกิจ อธิบดี กรมสรรพากร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | นายตันใจเฮ็ง - บริษัทไต้ต๋อง จำกัด โดยนายตัณเกียนเงียบ กรรมการผู้จัดการ · โจทก์ - กรรมการ และนายอิ่วละอ่อง บุนนาค ผู้ชำระบัญชี · จำเลย - กรมสรรพากร โดยหลวงอาจพิศาลกิจ อธิบดี กรมสรรพากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | การุณย์นราทร · ห้วน ประชาบาล · ยุ้ย อาตมียะนันทน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอรุณ ตินทุกะสิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด นาวีเจริญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา