คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1831/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาที่กฎหมายกำหนดอัตราโทษปรับไว้โดยตรง หากศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เพียงเล็กน้อย เช่น ลดจำนวนค่าปรับลง แต่ยังคงลงโทษจำคุกแทนค่าปรับตามอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้เดิม ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อยที่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ย่อคำพิพากษา
ศาลขั้นต้นพิพากษาปรับจำเลยสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากร เข้าด้วยแล้ว เป็นเงินคนละ 36,068 บาท บังคับค่าปรับตามมาตรา 29,30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับ ให้กักขังคนละ 2 ปี ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงอย่างเดียวกับศาลชั้นต้น แต่พิพากษาแก้ให้ปรับจำเลยทั้งสามเป็นเงิน 36,068 บาท โดยแยกเรียงตัวคนละ 12,022 บาท 66 สตางค์ ไม่ชำระค่าปรับ จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29,30 หากต้องกักขังแทน ให้กักขังคนละ 8 เดือน ดังนี้ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ร่วมกันรับเอาสุราต่างประเทศชนิดต่าง ๆ ไว้จากผู้ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงไม่เสียภาษีศุลกากรขาเข้าตามกฎหมาย โดยจำเลยรู้ว่าเป็นสุราที่นำเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงอากรข้อห้ามข้อจำกัด แล้วจำเลยร่วมกันหาสุราดังกล่าวไปซ่อนเร้น และเป็นสุราที่ต้องปิดแสตมป์สุราตามกฎหมาย จำเลยมีไว้ในครอบครองโดยมิได้ปิดแสตมป์สุราให้ถูกต้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ ฯ พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.๒๔๙๓ ฯ
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้บังอาจรับเอาสุราต่างประเทศของกลางราคา ๓,๑๙๐ บาท ไว้จากผู้ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงไม่เสียภาษีศุลกากรซึ่งจะต้องเสียเป็นเงิน ๕,๘๒๗ บาท และไม่ได้ปิดแสตมป์สุราให้ถูกต้องตามกฎหมายพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษ แต่ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ.๒๔๙๙ มาตรา ๔ บทหนัก ให้ปรับจำเลยสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วเป็นเงินคนละ ๓๖,๐๖๘ บาท บังคับค่าปรับตามมาตรา ๒๙,๓๐ หากต้องกักขังแทนค่าปรับ ให้กักขังคนละ ๒ ปี ฯลฯ
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงอย่างเดียวกับศาลชั้นต้น แต่พิพากษาแก้ให้ปรับจำเลยทั้งสามเป็นเงิน ๓๖,๐๖๘ บาท โดยแยกเรียงตัวคนละ ๑๒,๐๒๒.๖๖ บาท ไม่ชำระค่าปรับ จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙,๓๐ หากต้องกักขังแทน ให้กักขังคนละ ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งสามฎีกาขอให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงดังฟ้อง และลงโทษปรับจำเลยอย่างเดียว ต่างกันแต่เฉพาะในข้อที่ศาลชั้นต้นให้ปรับจำเลยสี่เท่าของราคาของกลาง รวมทั้งอากรขาเข้าด้วยเรียงตัวจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์ให้ปรับจำเลยรวมกันสี่เท่าราคาของกลางรวมทั้งอากรขาเข้าด้วย และหากจะต้อง+แทน ให้แบ่งเฉลี่ยกักขังแทนเท่านั้น จึงเป็นคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย ฎีกา+ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา+
พิพากษายกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1831/2506
อัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์
นายกระจ่าง ศรีอุบล กับพวกรวม 3 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นายกระจ่าง ศรีอุบล กับพวกรวม 3 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวัสดิ์ พานิชอัตรา · ประกอบ หุตะสิงห์ · โพยม เลขยานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายขจร หะวานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจนธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา