⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1886/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1886/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับของคู่ความในคดีหนึ่งเป็นเพียงพยานหลักฐานอันหนึ่งซึ่งใช้ยันผู้กล่าวเท่านั้น ผู้กล่าวจึงนำสืบหักล้างได้ และศาลจะต้องวินิจฉัยว่าความจริงเป็นอย่างไร จะถือว่าคำรับนั้นผูกมัดผู้กล่าวโดยสืบหลักล้างไม่ได้เลยนั้นหาได้ไม่

ย่อคำพิพากษา

คำรับของคู่ความในคดีหนึ่งใช้ปิดปากผู้กล่าวในการพิจารณาคดีอีกคดีหนึ่งไม่ได้ เพราะคำรับไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่จะรับฟังได้ โดยเด็ดขาด เป็นแต่เพียงพยานหลักฐานอันหนึ่งซึ่งใช้ยันผู้กล่าวเท่านั้น ผู้กล่าวจึงนำสืบหักล้างได้ ในการพิจารณาคดีหลัง ศาลจะต้องวินิจฉัยว่าความจริงเป็นอย่างไร จะถือว่าคำรับของคู่ความในคดีก่อนผูกมัดผู้กล่าวโดยสืบหลักล้างไม่ได้เลยนั้น หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์ ซึ่งโจทก์ได้กรรมสิทธิ์มาโดยคำพิพากษาคดีแดงที่ ๒๑๒/๒๔๙๗ ของศาลจังหวัดนครราชสีมา จำเลยต่อสู้ว่าบ้านและที่พิพาทเป็นของจำเลยนายฮวด ชมชูศักดิ์ ปู่จำเลยที่ ๒ ยกให้เมื่อวันแต่งงาน ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า บ้านและที่พิพาทเป็นของโจทก์ จึงพิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสอง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์คดีนี้เคยให้การในคดีแดงที่ ๒๑๒/๒๔๙๗ ว่าบ้านและที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๒ คดีนี้แม้โจทก์จะนำสืบฟังได้หรือไม่ก็ตาม ก็ไม่อาจลบล้างคำให้การในคดีก่อนได้ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายฮวดและโจทก์เป็นปู่และย่าจำเลยที่ ๒ เมื่อนายฮวดถึงแก่กรรม โจทก์ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก นางผิวและนายทวีบุตรนายฮวกซึ่งเกิดจากภรรยาเก่าได้ฟ้องขอแบ่งมรดก โจทก์ให้การต่อสูว่าทรัพย์พิพาทเป็นของนายฮวด นายฮวดได้ทำหนังสือยกให้แก่จำเลยที่ ๒ ผลที่สุดคู่ความประนีประนอมยอมความกัน โจทก์ได้บ้านและที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ แบ่งกันระหว่างทายาท ศาลพิพากษาตามยอม ปรากฎตามคดีแดงที่ ๒๑๒/๒๔๙๗ คดีนี้มีปัญหาว่า ทรัพย์พิพาทเป็นของใคร คำให้การของโจทก์ตามคดีแดงที่ ๒๑๒/๒๔๙๗ ผูกมัดโจทก์เพียงใด ศาลฎีกาเห็นว่า คำให้การต่อสู้คดีของโจทก์ในคดีก่อนนั้น ไม่ใช่คำรับรองต่อจำเลยคดีนี้และจำเลยไม่ได้เป็นคู่ความในคดีนั้น ที่โจทก์ให้การในคดีก่อนว่าทรัพย์พิพาทเป็นของนายฮวดและนายฮวดทำหนังสือยกให้แก่จำเลยที่ ๒ นั้น เป็นเพียงคำกล่าวของบุคคลหนึ่งซึ่งทำให้คนเสียประโยชน์ซึ่งเป็นพยานหลักฐานชนิดหนึ่งใช้ยันผู้กล่าวได้โดยสันนิษฐานว่า หากไม่เป็นความจริงแล้ว บุคคลจะไม่กล่าวให้ตนเสียประโยชน์ แต่การสันนิษฐานยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยังได้เด็ดขาด ผู้กล่าวย่อมนำสืบหักล้างได้ว่าที่+กล่าวเช่นนั้นมีเจตนาอย่างไร โจทก์ก็ได้นำสืบหักล้างว่า แท้จริงหาได้มีการยกให้แต่จำเลยไม่ เป็นแต่โจทก์ต่อสู้คดีเพื่อป้องกันไม่ให้เอาทรัพย์รายนี้ไปแบ่งเป็นมรดกดังนั้น จึงต้องวินิจฉัยอีกชั้นหนึ่งว่า ความจริงเป็นอย่างไร จะถือว่าผูกพันผู้กล่าวโดยสืบหักล้างไม่ได้เลยหาได้ไม่เพราะไม่ต้องด้วยบทตัดสำนวนซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ถือว่าเป็นดังคำกล่าวหรือการกระทำนั้น ข้อเท็จจริงคดีนี้ฟังได้ว่านายฮวดมิได้ยกทรัพย์พิพาทให้จำเลย แม้โจทก์จะให้การสู้คดีคนอื่นอย่างนั้น ก็ไม่ทำให้มีนิติกรรมยกให้หรือการครอบครองอย่างเจ้าของเกิดขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้ย่อมมีขึ้นได้ตามกรรมที่ได้กระทำอย่างแท้จริงโจทก์จึงไม่เสียสิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์อย่าง+ไปฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1886/2506 นางน้อม ชมชูศักดิ์ โจทก์ นายลิ๊ต พิมพ์วิจิตรที่ 1, นางสำเภา พิมพ์วิจิตรที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางน้อม ชมชูศักดิ์ · จำเลย - นายลิ๊ต พิมพ์วิจิตรที่ 1, นางสำเภา พิมพ์วิจิตรที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · พจน์ ปุษปาคม · ห้วน ประชาบาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายวีระ ทรัพย์ไพศาล · ศาลอุทธรณ์ - นายจามเจียรนัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 62/2539ฎีกา 1765/2492ฎีกา 20/2536ฎีกา 9117/2539ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา