⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 198/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 198/2506

ย่อคำพิพากษา

ทรัพย์สินที่จำเลยและผู้ร้องได้มาระหว่างเป็นสามีภรรยาอันเป็นสินบริคณห์นั้น เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยย่อมมีสิทธิยึดทรัพย์ได้ ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกเสียก่อน การที่จำเลยซึ่งเป็นสามีให้การยอมให้โจทก์นำยึดทรัพย์เพื่อใช้หนี้ ต่อมาไม่ถึง 3 เดือน จำเลยกับผู้ร้องซึ่งเป็นภรรยามาทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่า ผู้ร้องไม่ใช่ภรรยาของจำเลย ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่เป็นทรัพย์ที่จัดหาและมีขึ้นด้วยทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ร้อง เช่นนี้ ย่อมเป็นการสมยอมกัน จะต้องกันมิให้ทรัพย์พิพาทถูกยึดมาใช้หนี้โจทก์ ฉะนั้น จึงไม่มีผลผูกพันโจทก์อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1483

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เนื่องมาจากโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษา ได้นำยึดที่ดินและเรือนเพื่อเอามาขายทอดตลาด ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินและเรือนที่ยึดเป็นของส่วนตัวผู้ร้องคนเดียว ขอให้ศาลสั่งถอนการยึด ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยกับผู้ร้องเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายทรัพย์พิพาทได้มาระหว่างผู้ร้องกับจำเลยเป็นสามีภรรยากัน โจทก์ยึดขายชำระหนี้ได้ จึงให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลล่างทั้งสองฟังต้องกันมาว่า ทรัพย์พิพาทเป็นทรัพย์ที่ได้มาระหว่างเป็นสามีภรรยากันนั้นชอบด้วยทางพิจารณาแล้ว เมื่อฟังว่าที่พิพาทเป็นทรัพย์ที่จำเลยและผู้ร้องได้มาระหว่างเป็นสามีภรรยากัน เป็นสินบริคณห์ซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วย โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยมีสิทธิยึดทรัพย์ทั้งหมดได้ ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกเสียก่อน ที่ผู้ร้องฎีกาว่า สัญญาประนีประนอมยอมความรับรองฐานะภรรยาและทรัพย์สินว่าเป็นของผู้ร้องแต่คนเดียว สัญญานี้ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ใช้กลฉ้อฉลนั้นเห็นว่า จำเลยถูกกล่าวหาว่าสมคบกับพวกทำการยักยอกทรัพย์ จะต้องใช้ทรัพย์ที่ยักยอกให้แก่ราชการทหาร จำเลยให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๐๐ ต่อมาวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๐๐ จำเลยก็ให้การต่อพนักงานสอบสวนในข้อหาความผิดอาญาฐานยักยอก ทั้งสองคราวนี้จำเลยให้การยอมให้ทางราชการ คือ โจทก์นำยึดทรัพย์ของจำเลยซึ่งมีทรัพย์พิพาทรวมอยู่ด้วยเพื่อใช้ชำระหนี้รายที่จำเลยต้องหาว่ายักยอก ต่อมาวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๐๐ จำเลยและผู้ร้องก็ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน มีใจความสำคัญว่า ผู้ร้องไม่ใช่ภรรยาจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่เป็นทรัพย์ที่ผู้ร้องจัดหาและมีขึ้นด้วยทรัพย์สินอันเป็นส่วนตัวของผู้ร้อง สัญญานี้ได้ทำขึ้นหลังจากจำเลยยอมรับใช้หนี้ให้โจทก์ไม่ถึง ๓ เดือน เห็นได้ชัดว่า เพื่อสมยอมกันจะป้องกันมิให้ทรัพย์พิพาทถูกยึดมาใช้หนี้โจทก์ ไม่มีผลผูกพันโจทก์ ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 198/2506 กองทัพบก โดยพลเอก สุทธิ สุทธิสารรณกร โจทก์ พันโทประสิทธิ เจนพาณิชย์ ล. นางลมัย สุขปลื้ม (เจนพาณิชย์) หม้าย ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กองทัพบก โดยพลเอก สุทธิ สุทธิสารรณกร · ล. - พันโทประสิทธิ เจนพาณิชย์ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางลมัย สุขปลื้ม (เจนพาณิชย์) หม้าย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · การุณย์นราทร · พิสัยสารคุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชลัม รุทระวณิช · ศาลอุทธรณ์ - นายเกษม ทิพยจันทร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 19883/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 886/2515ฎีกา 945/2504ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1763/2551ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 2345/2540ฎีกา 643/2497ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 898/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา