⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 202/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเพิกถอนการฉ้อฉลย่อมไม่กระทบถึงสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก่อนที่โจทก์จะขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล

ย่อคำพิพากษา

ตามมาตรา 238 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยสุจริต เช่น ในคดีร้องขัดทรัพย์ (โจทก์นำยึดทรัพย์อ้างว่าเป็นของจำเลย ผู้ร้อง ๆ ว่าทรัพย์นั้นผู้ร้องซื้อจากจำเลยแล้ว ขอให้ถอนการยึด โจทก์คัดค้านโดยอ้างว่าการซื้อขายไม่เป็นไปโดยสุจริต เพราะจำเลยโอนทรัพย์ให้ผู้ร้องโดยการสมยอมกัน) ผู้ร้องได้โอนทรัพย์นั้นให้บุคคลภายนอกไปอีกทอดหนึ่งแล้ว ถ้าโจทก์ขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลได้สำเร็จ ผลแห่งการเพิกถอนนั้นย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิของบุคคลภายนอกที่ได้รับโอนไป (อีกทอดหนึ่งนั้น) โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก่อนที่โจทก์ขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.238

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องร้องว่าห้องแถวและที่ดินที่โจทก์นำยึด ๒ ห้องเป็นของผู้ร้อง โดยผู้ร้องซื้อมาจากจำเลยที่ ๑ ขอให้ปล่อยการยึด โจทก์คัดค้านว่า การซื้อขายรายนี้ไม่เป็นไปโดยสุจริต เป็นการสมยอมกันเพื่อป้องกันมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ถอนการยึด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยขายทรัพย์พิพาทให้ผู้ร้องดดยผู้ร้องรู้ดีว่าทำให้โจทก์และเจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบ โจทก์จึงขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายรายนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ พิพากษากลับให้ยกคำร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงอย่างเดียวกับศาลอุทธรณ์ และว่าที่ผู้ร้องฎีกาว่านิติกรรมซื้อขายรายนี้ทำกันก่อนโจทก์ยื่นฟ้อง ผุ้ร้องจึงได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๘ นั้น เห็นว่า มาตรา ๒๓๘ ดังกล่าวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยสุจริต เช่น ผู้ร้องคดีนี้ได้โอนทรัพย์พิพาทให้บุคคลภายนอกไปอีกทอดหนึ่ง ถ้าโจทก์ขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลได้สำเร็จแล้ว ผลแห่งการเพิกถอนนั้นย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิของบุคคลภายนอกที่ได้รับโอนไปโดยสุจริต และเสียค่าตอบแทนก่อนที่โจทก์ได้ขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2506 นายนาค กระจ่างสันเทียะ โจทก์ นายชม ภาคสันเทียะ ที่ 1 นายสมุทร ชอบใหญ่ ที่ 2 ล. นายหวัง มีเงิน ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายนาค กระจ่างสันเทียะ · ล. - นายชม ภาคสันเทียะ ที่ 1 นายสมุทร ชอบใหญ่ ที่ 2 · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายหวัง มีเงิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจน เวชศิลป์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · โพยม เลขยานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสถิตย์ สถานานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเปลี่ยน เริ่มก่อสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1099/2550ฎีกา 4676/2557ฎีกา 770/2535ฎีกา 5882/2541ฎีกา 7677/2557ฎีกา 19883/2555ฎีกา 2679/2537ฎีกา 621/2519ฎีกา 886/2515ฎีกา 52/2527ฎีกา 2161/2538ฎีกา 5059/2538ฎีกา 181/2512ฎีกา 7863/2538ฎีกา 5444/2551ฎีกา 1247/2510ฎีกา 684/2488ฎีกา 1016-1018/2477ฎีกา 2345/2540ฎีกา 180/2502ฎีกา 1145/2495ฎีกา 1492/2510ฎีกา 597/2513ฎีกา 541/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา