⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 252/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 252/2506

ป.พ.พ. ม.118, 155 · ป.วิ.แพ่ง ม.55, 249

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นิติกรรมอำพรางจะบังคับได้ต่อเมื่อนิติกรรมที่ซ่อนเร้นนั้นได้กระทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว.

ย่อคำพิพากษา

นิติกรรมอำพรางที่ท่านให้บังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 118 วรรค 2 น้น จะต้องเป็นนิติกรรมที่กระทำขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น ในกรณีที่จะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้กระทำอย่างถูกต้องจึงจะบังคับได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1783/2492 ฉะนั้น การจำนองที่ดินที่เพียงแต่ว่าได้ตกลงกันและหาได้ทำตามแบบดังว่าไม่ จึงไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.155

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.155 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินและบ้านเรือนของโจทก์ และเรียกค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทในฐานตัวแทนหลวงยุทธสารประสิทธิ์ผู้เป็นบิดาโจทก์ เพราะจำเลยกับหลวงยุทธสารประสิทธิ์มีนิติกรรมจำนองกันอยู่ โดยจำเลยเอาเงินหลวงยุทธสารประสิทธิ์มาซื้อที่ดินคืนจากนายสิน และจำนองที่พิพาทกับหลวงยุทธสารประสิทธิ์ แต่เพื่อไม่ต้องจดทะเบียน ๒ ครั้ง เสียค่าธรรมเนียม จึงให้โจทก์ลงชื่อเป็นผู้ซื้อเสียเอง จำเลยคงอยู่และเก็บค่าเช่าที่พิพาทต่อมา โดยไม่ได้อาศัยโจทก์ ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้ตั้งประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยชี้ขาดว่า ข้อที่จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรายพิพาทไปในฐานะตัวแทนของหลวงยุทธสารประสิทธิ์ผู้บิดาเนื่องจากจำเลยกับหลวงยุทธสารประสิทธิ์มีนิติกรรมอำพรางต่อกัน คือ ได้ตกลงจำนองที่นี้กันไว้ ข้อต่อสู้นี้รับฟังได้หรือไม่ ? แล้ววินิจฉัยว่า ที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จะฟังว่าโจทก์เป็นตัวแทนหลวงยุทธสารประสิทธิ์ได้อย่างไร และศาลฎีกาได้กล่าวต่อไปว่า ข้อที่จำเลยกล่าวอ้างว่ามีนิติกรรมอำพรางต่อกัน คือ ได้มีการตกลงจำนองที่ดินนี้ไว้ตามที่กล่าวนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การจำนองที่จำเลยเอ่ยถึงนี้ไม่ใช่เรื่องจำนองจริง ๆ แต่เป็นเพียงตกลงกันเท่านั้น ประการหนึ่ง กับอีกประการหนึ่งนิติกรรมอำพรางที่ท่านให้บังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๘ วรรค ๒ นั้น จะต้องเป็นนิติกรรมที่กระทำขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่นในกรณีที่จะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ก็ได้กระทำอย่างถูกต้องจึงจะบังคับได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๘๓/๒๔๙๒ แต่การจำนองที่ดินที่จำเลยว่าได้ตกลงกันนั้น หาได้ทำตามแบบเช่นว่าไม่ จึงไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมาย ฯลฯ พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและบ้านรายพิพาท ฯลฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 252/2506 นายร้อยตำรวจโทสุรพล ยุทธสารประสิทธิ์ โจทก์ นายสิริ สุทธิศรีศิลป์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายร้อยตำรวจโทสุรพล ยุทธสารประสิทธิ์ · ล. - นายสิริ สุทธิศรีศิลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · สุทธิวาทนฤพุฒิ · สารกิจปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแก้ว เขมจรัส · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ ติงศภัทิย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7159/2544ฎีกา 5846/2531ฎีกา 53/2537ฎีกา 1216/2538ฎีกา 537/2540ฎีกา 975/2543ฎีกา 6296/2545ฎีกา 3806/2549ฎีกา 1066-1067/2509ฎีกา 3552/2539ฎีกา 1712/2539ฎีกา 5692/2538ฎีกา 2749/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา