⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 258/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์แถลงรับว่าที่ดินที่นำยึดอยู่บนเกาะกลางน้ำมีน้ำล้อมรอบ ยังไม่เพียงพอที่จะฟังว่าที่ดินนั้นเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา และกรณีดังกล่าวไม่เข้าตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1309 หากโจทก์ยังโต้เถียงว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของจำเลย และเกาะต่าง ๆ ไม่ใช่ทรัพย์สินของแผ่นดินทั้งหมด

ย่อคำพิพากษา

ในคดีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดอ้างว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดอยู่บนเกาะกลางน้ำซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน และโจทก์ให้การว่าที่ที่โจทก์นำยึดเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เพียงโจทก์แถลงรับว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นที่ดินซึ่งอยู่บนเกาะกลางน้ำมีน้ำในแม่น้ำล้อมรอบ ยังไม่พอฟังว่าที่รายพิพาทเป็นทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ และกรณีไม่เข้าตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1309 เพราะโจทก์ยังโต้เถียงอยู่ว่าทรัพย์สินรายพิพาทเป็นของจำเลย และเกาะต่าง ๆ หาใช่ทรัพย์สินของแผ่นดินทั้งหมดไม่ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องนำสืบกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1307 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1309

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่โจทก์นำยึดอ้างว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำเรียกว่าเกาะค้อ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน รัฐบาลได้มีประกาศห้ามมิให้ผู้ใดเข้ายึดถือทะำประโยชน์ โจทก์ให้การว่า ที่สวนจากที่โจทก์นำยึดเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ถือสิทธิเป็นเจ้าของ โจทก์แถลงรับในรายงานว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นที่ดินซึ่งอยู่บนเกาะค้า ๆ ตั้งอยู่กลางน้ำมีน้ำในแม่น้ำตรังล้อมรอบ ศาลชั้นต้นสืบตัวผู้ร้อง ๑ ปากแล้วสั่งงดสืบพยานผู้ร้องและโจทก์ วินิจฉัยว่า เกาะค้อเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ที่ที่โจทก์นำยึดอยู่บนเกาะค้อ จึงเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินด้วย จึงยึดไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๗ พิพากษาให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ปรากฏตามคำแถลงรับของโจทก์เพียงว่า ที่รายพิพาทเป็นที่ดินซึ่งอยู่บนเกาะค้อตั้งอยู่กลางแม่น้ำ มีน้ำในแม่น้ำล้อมรอบ ข้อเท็จจริงดังกล่าวยังไม่พอฟังว่าที่รายพิพาทเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ และเห็นว่ากรณีไม่เข้าตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๙ เพราะโจทก์ยังโต้เถียงอยู่ว่าทรัพย์สินรายพิพาทเป็นของจำเลย และจะเห็นได้ว่าเกาะต่าง ๆ ในประเทศซึ่งราษฎรถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองก็มีอยู่เป็นอันมาก หาใช่ทรัพย์สินของแผ่นดินทั้งหมดไม่ จึงเป็นข้อที่จะต้องนำสืบดังโจทก์ฎีกามา พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/2506 นายห้อง แซ่หลี เจ้าหนี้ นายโทน กิ้มซิ้ว ลูกหนี้ นายพันตำรวจเอกบุญณรงค์ วัฑฒนายน ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความเจ้าหนี้ - นายห้อง แซ่หลี · ลูกหนี้ - นายโทน กิ้มซิ้ว · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายพันตำรวจเอกบุญณรงค์ วัฑฒนายน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อนุสสรนิติสาร · ชวน สิงหลกะ · สำราญ ศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายวิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี ลิมปนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 292-339/2548ฎีกา 7685/2555ฎีกา 5969/2559ฎีกา 1606/2500ฎีกา 1370/2492ฎีกา 428/2511ฎีกา 16132/2556ฎีกา 746/2473ฎีกา 1989/2511ฎีกา 5206/2559ฎีกา 1642/2506ฎีกา 227/2567ฎีกา 1392/2525ฎีกา 1094/2510ฎีกา 10340-10378/2558ฎีกา 837/2492ฎีกา 524/2497ฎีกา 7435/2540ฎีกา 5142/2531ฎีกา 295/2488ฎีกา 3320/2550ฎีกา 3348/2529ฎีกา 4223/2564ฎีกา 220/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา