⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1989/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1989/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การแจ้งการครอบครองที่ดินตามแบบ ส.ค.1 โดยผู้ที่มิได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ ไม่ก่อให้เกิดสิทธิในที่ดินนั้น 2. ผู้ที่ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินของรัฐ ย่อมไม่สามารถรับโอนหรือแย่งการครอบครองได้ และการเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิได้รับอนุญาตมีความผิดทางอาญา 3. ราษฎรอาจพิพาทกันเองในเรื่องการครอบครองสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้ แต่จะอ้างผลแห่งคำพิพากษาหรือการครอบครองที่ผิดกฎหมายขึ้นใช้ยันรัฐหาได้ไม่ 4. เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่มีสิทธินำยึดที่ดินของรัฐประเภทที่รกร้างว่างเปล่าเพื่อบังคับชำระหนี้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ที่มิได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ แม้จะแจ้งการครอบครองตามแบบ ส.ค.1 ไว้ ก็ไม่ก่อให้เกิดสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด เมื่อผู้แจ้งการครอบครองไม่มีสิทธิครอบครองที่ดิน. ย่อมจะมีการรับโอนหรือแย่งการครอบครองมิได้ ผู้มีสิทธิในที่ดิน หากทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ หรือปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด. ที่ดินย่อมตกเป็นของรัฐ และเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผู้ที่ไม่มีสิทธิครอบครอง หากเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ย่อมมีความผิดทางอาญา ราษฎรต่อราษฎรอาจพิพาทกันเองในเรื่องการครอบครองสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้ แต่จะอ้างผลแห่งคำพิพากษาที่ตนชนะคดีนั้น หรือการครอบครองที่ผิดกฎหมายขึ้นใช้ยันรัฐหาได้ไม่ ที่ดินของรัฐหรือแผ่นดินประเภทที่รกร้างว่างเปล่า.เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่มีสิทธินำยึดเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา หากมีการยึด จังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดย่อมมีอำนาจร้องขัดทรัพย์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.2 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.3 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.4 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.6 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.8 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.9 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.108 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1305 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1307 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 ม.32 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 ม.34 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 ม.37 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.122 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีเนื่องจากจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำยึดสวนยางพาราและผลไม้อันเป็นที่ดินมือเปล่า โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยที่ ๒ ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าจำเลยที่ ๒ ได้เข้าก่นสร้างครอบครองที่สวนดังกล่าวเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ โดยพลการมิได้ปฏิบัติให้ได้มาซึ่งที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ อันเป็นความผิดทางอาญา พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดี หากจำเลยที่ ๒ ตายเสียก่อนที่สวนที่โจทก์นำยึดเป็นของรัฐ โจทก์ให้การว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ นายโต๊ะเหร่ได้ก่นสร้างครอบครองที่พิพาท และยกให้นายสำสุเด็นเมื่อราวปี ๒๔๙๐, ๒๔๙๑ที่พิพาทตกเป็นมรดกได้แก่นายสุมินทร์ สมัยพิทักษ์เมื่อปี ๒๔๙๔นายสุมินทร์ได้แจ้ง ส.ค.๑ ไว้เป็นหลักฐานเมื่อปลายปี ๒๔๙๘ ต่อมาจำเลยที่ ๒ ได้แย่งการครอบครองที่พิพาท และได้เกิดเป็นคดีพิพาทระหว่างคนทั้งสอง คดีถึงที่สุดชั้นศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ มีสิทธิครอบครองที่พิพาท ถือได้ว่าเป็นผู้สวนสิทธิแทนนายสุมินทร์ที่ได้แจ้ง ส.ค.๑ ไว้ เป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดินแล้วโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิยึดที่พิพาท มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายสุมินทร์ไม่เคยครอบครองที่พิพาท เพียงแจ้งส.ค.๑ ไว้เท่านั้น จำเลยที่ ๒ เข้าครอบครองที่พิพาทอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินภายหลังประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ ถือได้ว่าจำเลยที่ ๒ ไม่มีสิทธิครอบครองที่พิพาทกรณีนี้รัฐมีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ ๒ พิพากษากลับให้ปล่อยทรัพย์พิพาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยที่ ๒ เข้าก่นสร้างครอบครองนั้นที่พิพาทเป็นป่ารกร้างว่างเปล่า แม้บิดานายเอจะเคยถางทำไร่แต่ก็ละทิ้งสละการครอบครองไปแล้ว ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๒ รับโอนหรือแย่งการครอบครองที่พิพาทมาจากนายสุมินทร์ เพราะนายสุมินทร์มิได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาท เพียงแต่แจ้ง ส.ค.๑ไว้ หาก่อให้เกิดสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ ที่พิพาทจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔(๑)และจำเลยที่ ๒ เข้าครอบครองที่พิพาทเมื่อปี ๒๔๙๘ อันเป็นระยะเวลาภายหลังวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗ ซึ่งประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับมาตรา ๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติว่า ถ้ามิได้มีสิทธิครอบครองหรือมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ห้ามมิให้เข้าไปยึดถือครอบครองรวมตลอดถึงการก่นสร้างหรือเผาป่า ผู้ที่ฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา ๑๐๘ ฉะนั้น การที่จำเลยที่ ๒ เข้ายึดถือครอบครองที่พิพาทโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ย่อมมีความผิดดังที่กล่าวหากคดีอาญาได้ระงับลงเพราะความตายของจำเลยที่ ๒ แม้จำเลยที่ ๒ จะชนะคดี นายสุมินทร์เกี่ยวกับที่พิพาทก็เป็นเรื่องระหว่างราษฎรกับราษฎรว่าผู้ใดมีสิทธิครอบครองดีกว่ากันกรณีนี้เป็นเรื่องระหว่างรัฐหรือแผ่นดินกับราษฎรซึ่งผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจดูแลรักษาที่รกร้างว่างเปล่า จำเลยที่ ๒ ย่อมไม่มีสิทธิที่จะอ้างคำพิพากษาคดีดังกล่าว หรือการครอบครองที่ผิดกฎหมายมายันผู้ร้องได้ เมื่อฟังว่าที่พิพาทเป็นของรัฐหรือแผ่นดินมิใช่ของจำเลยที่ ๒ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิบังคับคดีเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1989/2511 นายเอี๋ยง สั้วบุตร โจทก์ จังหวัดกระบี่ โดยนายพุก ฤกษ์เกษมผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ผู้ร้องขัดทรัพย์ นายก้าหริ่ม ปิ่นทุรัตน์ ที่ 1 นายเหม โต๊ะสัน ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเอี๋ยง สั้วบุตร · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - จังหวัดกระบี่ โดยนายพุก ฤกษ์เกษมผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ · จำเลย - นายก้าหริ่ม ปิ่นทุรัตน์ ที่ 1 นายเหม โต๊ะสัน ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธี โรจนธรรม · ไฉน บุญยก · วินัย ทองลงยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกระบี่ - นายสง่า อำพันแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ สุนทรนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1862-1863/2512ฎีกา 3405/2537ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 181/2495ฎีกา 360/2502ฎีกา 734/2516ฎีกา 1534/2565ฎีกา 795/2543ฎีกา 1377-1378/2536ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 79/2501ฎีกา 1331/2479ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 609/2522ฎีกา 1409/2494ฎีกา 1251/2500ฎีกา 2775/2541ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา