⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5167/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5167/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินของแผ่นดินที่นำมาใช้ในการกระทำผิด ย่อมตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายอาญา

ย่อคำพิพากษา

ทรัพย์สินของแผ่นดินที่นำมาใช้ในการกระทำผิดก็อาจถูกริบได้เพราะว่ากรณีเป็นเรื่องศาลพิพากษาให้ริบทรัพย์ มิใช่เป็นการยึดทรัพย์สินของแผ่นดิน จึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1307 มาใช้บังคับได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1307

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 ยกฟ้องจำเลยที่ 5 ริบกัญชาของกลาง เฟอร์นิเจอร์หวายที่ใช้ปกปิดกัญชา ตู้คอนเทนเนอร์ รถลากจูงคันหมายเลขทะเบียน 70-7358กรุงเทพมหานคร รถลากจูงคันหมายเลขทะเบียน 70-9201 กรุงเทพมหานครและหางลากเลขที่ 014 ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับกัญชาของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคืนรถลากจูงคันหมายเลขทะเบียน 70-7358 กรุงเทพมหานคร แก่ผู้ร้อง โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถคันดังกล่าวซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินและผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2535 คู่ความไม่ฎีกา คดีถึงที่สุดวันที่10 กุมภาพันธ์ 2535 นับแต่วันที่คดีถึงที่สุดจนถึงวันนี้(23 เมษายน 2536) เกิน 1 ปีแล้ว ผู้ร้องจึงขอคืนของกลางตามคำร้องไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาว่า ผู้ร้องมีสิทธิที่จะร้องขอคืนของกลางหรือไม่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 บัญญัติว่า"ในกรณีที่ศาลสั่งให้ริบทรัพย์สินตามมาตรา 33 หรือมาตรา 34 ไปแล้วหากปรากฎในภายหลังโดยคำเสนอของเจ้าของแท้จริงว่า ผู้เป็นเจ้าของแท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ก็ให้ศาลสั่งให้คืนทรัพย์สิน ถ้าทรัพย์สินนั้นยังคงมีอยู่ในความครอบครองของเจ้าพนักงาน แต่คำเสนอของเจ้าของแท้จริงนั้นจะต้องกระทำต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด" คดีนี้ปรากฎว่าศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์ให้ริบของกลางให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2535 คู่ความไม่ฎีกาคดีถึงที่สุดในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2535 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบในวันที่ 23 เมษายน 2536 ซึ่งเป็นเวลาเกินหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด จึงร้องขอคืนของกลางไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 และที่ผู้ร้องฎีกาว่าของกลางของผู้ร้องเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1307 ห้ามมิให้ยึดทรัพย์สินของแผ่นดินเพื่อนำมาชำระหนี้หรือเพื่อการบังคับคดีตามคำพิพากษา จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะต้องยื่นคำร้องขอคืนภายในหนึ่งปี ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 35 กำหนดให้ริบทรัพย์เฉพาะของเอกชนที่ได้กระทำผิดไม่รวมถึงทรัพย์สินของแผ่นดินนั้น เห็นว่า กรณีเป็นเรื่องศาลพิพากษาริบทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิด มิใช่เป็นการยึดทรัพย์สินของแผ่นดิน จึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1307 มาบังคับแก่กรณีนี้ได้ ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า ของกลางคดีนี้อยู่ในความครอบครองของผู้ร้องมิได้อยู่ในความครอบครองของเจ้าพนักงาน ผู้ร้องไม่จำเป็นต้องยื่นคำเสนอขอคืนของกลางต่อศาลภายในกำหนดเวลาหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 นั้นเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรกประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5167/2537 อัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ( ร.ส.พ ผู้ร้อง นาง สุเรวดี คำน วน ศิลป์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · ผู้ร้อง - องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ( ร.ส.พ · จำเลย - นาง สุเรวดี คำน วน ศิลป์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมมาตร พรหมานุกูล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 292-339/2548ฎีกา 7685/2555ฎีกา 5969/2559ฎีกา 1606/2500ฎีกา 1370/2492ฎีกา 16132/2556ฎีกา 1989/2511ฎีกา 258/2506ฎีกา 1642/2506ฎีกา 227/2567ฎีกา 1392/2525ฎีกา 1094/2510ฎีกา 10340-10378/2558ฎีกา 837/2492ฎีกา 5142/2531ฎีกา 295/2488ฎีกา 3320/2550ฎีกา 3348/2529ฎีกา 4223/2564ฎีกา 2783/2525ฎีกา 843/2487ฎีกา 1340/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา