⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 311/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 311/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การชำระเงินค่าสินค้าเป็นคราวๆ โดยไม่มีการตกลงให้รวมยอดหนี้เป็นบัญชีเดินสะพัด หรือเป็นหนี้ก้อนเดียวกัน ไม่ถือเป็นการรับสภาพหนี้ด้วยการใช้เงินให้บางส่วน * อายุความตามสิทธิเรียกร้องของผู้ล้มละลายจะหยุดลงนับแต่วันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทวงหนี้ไปยังลูกหนี้ของผู้ล้มละลาย * หนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งให้ลูกหนี้ของผู้ล้มละลายชำระ หากลูกหนี้มิได้คัดค้านภายใน 14 วัน ถือเป็นหนี้กองทรัพย์สินของผู้ล้มละลายโดยเด็ดขาด

ย่อคำพิพากษา

การซื้อของเชื่อเป็นคราวๆ ตามวันที่ผู้ขายส่งมอบของนั้นเมื่อผู้ซื้อผ่อนชำระเงินผู้ขายก็เลือกคืนบิลค่าของให้ทุกครั้งโดยกะจำนวนเงินที่ชำระแต่ละครั้งให้พอประมาณกับราคาของในบิลโดยผู้ซื้อหรือผู้ขายไม่เคยตกลงให้รวมยอดบัญชีหนี้สินอย่างบัญชีเดินสะพัด หรือ ให้รวมเป็นหนี้ก้อนเดียวกันอย่างไรไม่ ดังนี้ มิใช่เป็นการรับสภาพหนี้ด้วยการใช้เงินให้บางส่วน หนี้รายใดเกิน 2 ปี เป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา165(1) เมื่อผู้ล้มละลายเป็นเจ้าหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่จำต้องฟ้องศาลให้บังคับตามสิทธิของผู้ล้มละลาย แต่บังคับได้ด้วยตนเองตามวิธีการในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 119 ฉะนั้น อายุความตามสิทธิเรียกร้องของผู้ล้มละลายจึงสดุดหยุดลงในวันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทวงหนี้ไปยังลูกหนี้ของผู้ล้มละลาย ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 178 หนี้รายใดที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แจ้งให้ลูกหนี้ของผู้ล้มละลายชำระถ้าลูกหนี้มิได้คัดค้านตอบปฏิเสธภายใน 14 วันนับแต่วันได้รับแจ้งความ ถือว่าเป็นหนี้กองทรัพย์สินของผู้ล้มละลายอยู่ตามจำนวนนั้นเป็นการเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 119

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.178 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เนื่องจากการชำระบัญชีของจำเลยผู้ล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ยืนยันว่าผู้ร้องเป็นหนี้ค่าซื้อสินค้าของผู้ล้มละลายรวม 158,205.67 บาท ให้นำมาชำระ ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลว่าได้ชำระหนี้หมดแล้ว และหนี้ขาดอายุความแล้ว ขอให้ศาลสั่งจำหน่ายหนี้ดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่าผู้ร้องยังค้างชำระตามที่เรียกร้อง หนี้ไม่ขาดอายุความ เพราะผู้ร้องได้ผ่อนชำระหนี้บางส่วนและผู้ร้องมิได้คัดค้านหนี้ค่าแรงงานกับค่าซื้อสินค้าตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 เท่ากับยอมรับ จึงขอให้ศาลสั่งผู้ร้องชำระเงินดังกล่าว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งยกคำร้องของผู้ร้องและให้ผู้ร้องชำระเงิน 158,205.67 บาท แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาคงฟังว่า ผู้ร้องเป็นหนี้ค่าซื้อของเชื่อจากผู้ล้มละลายรวม 526 คราว ตามบิลรับของและยังมิได้ชำระ แต่ข้อที่ผู้ร้องต่อสู้ว่าหนี้ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) แล้วนั้น เห็นว่าสิทธิเรียกร้องของผู้ล้มละลายคดีนี้เกิดจากการสั่งซื้อของและส่งมอบของเป็นคราว ๆ ตามวันที่ส่งมอบของนั้น และผู้ล้มละลายหรือผู้ร้องก็ดี ไม่เคยตกลงให้รวมยอดบัญชีหนี้สินอย่างบัญชีเดินสะพัดหรือให้รวมเป็นหนี้ก้อนเดียวอย่างไรไม่ เวลาผู้ร้องชำระหนี้ ผู้ล้มละลายออกใบรับเงินให้และเลือกคืนบิลค่าของให้ทุกครั้ง โดยกะเงินที่ชำระแต่ละครั้งพอประมาณกับราคาของในบิล พฤติการณ์เช่นนี้มิใช่เป็นการรับสภาพหนี้ด้วยการใช้เงินให้บางส่วน และตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่จำต้องฟ้องศาลให้บังคับตามสิทธิของผู้ล้มละลาย แต่บังคับได้ด้วยตนเองและลูกหนี้ของผู้ล้มละลายย่อมเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ในที่สุดฉะนั้น อายุความตามสิทธิเรียกร้องของผู้ล้มละลายย่อมสะดุดหยุดลงในวันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทวงหนี้ไปยังผู้ร้องตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 178 คือ วันที่ 19 มกราคม 2500 เมื่อนับถอยหลังจากวันทวงถามไป 2 ปี คือวันที่ 19 มกราคม 2498 ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นหนี้ผู้ล้มละลายอยู่ 45,076.76 บาท ตามบิลรับของรวม 142 ฉบับ บิลรับของก่อนนั้นขึ้นไปเป็นอันขาดอายุความ แต่ผู้ร้องต้องรับผิดค่าแรงงานที่ผู้ล้มละลายออกทดรองไปอีก 7,012.50 บาท ซึ่งไม่ขาดอายุความและมีหนี้ค่าซื้อสินค้าอีกจำนวนหนึ่ง 4,057 บาท ซึ่งผู้ร้องมิได้คัดค้านตอบปฏิเสธภายใน 14 วัน ต้องถือว่าผู้ร้องเป็นหนี้อยู่เป็นการเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 จึงพิพากษาแก้ ให้ผู้ร้องชำระเงินแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวม 56,146.26 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 311/2506 ธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด นายชิน โสภณพณิช กรรมการผู้จัดการ โดยนายสุชาติ สุจริตกุล ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายไชย ชวประดิษฐ์ จำเลย นายสุชาติ สุจริตกุล ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด นายชิน โสภณพณิช กรรมการผู้จัดการ โดยนายสุชาติ สุจริตกุล ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายไชย ชวประดิษฐ์ · ผู้ร้อง - นายสุชาติ สุจริตกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · บริรักษ์จรรยาวัตร · สำราญ ศิริพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 578/2550ฎีกา 5610/2548ฎีกา 4790/2533ฎีกา 6320/2541ฎีกา 2460/2517ฎีกา 994/2485ฎีกา 3913/2531ฎีกา 6350/2541ฎีกา 873/2508ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 57/2530ฎีกา 5675/2530ฎีกา 92/2531ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 7966/2544ฎีกา 916/2509ฎีกา 848/2534ฎีกา 2494/2531ฎีกา 3329/2536ฎีกา 1645/2538ฎีกา 746/2533ฎีกา 2838/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา