⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 336/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 336/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมที่ลงนามเป็นพยานในพินัยกรรมนั้น จะเสียสิทธิในการรับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้น แต่พินัยกรรมยังคงสมบูรณ์สำหรับผู้รับทรัพย์อื่นที่ไม่ได้ลงนามเป็นพยาน ส่วนการลงนามเป็นผู้รับมอบทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้น ไม่ถือว่าเป็นการลงนามเป็นพยานในพินัยกรรม

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมลงนามเป็นพยานในพินัยกรรมด้วยนั้น มีผลทำให้เป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นไม่ได้ แต่สภาพแห่งการลงนามเป็นพยานในพินัยกรรมหาเสียตามไปไม่ คงยังถือว่าเป็นพยานในพินัยกรรมนั้น และพินัยกรรมนั้นยังสมบูรณ์อยู่ สำหรับผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมที่ไม่ได้ลงนามเป็นพยานด้วย ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมลงนามเป็นผู้รับมอบทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นได้ ไม่ถือว่าการลงนามนั้นเป็นพยานในพินัยกรรม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1656 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1705

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายแปลก นางหม้งตายไปแล้ว โดยนางหม้งตายเมื่อ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๐๑ ก่อนตายนางหม้งมีที่ดินสวนยาง ๒ แปลง แปลงก. ราคา ๔,๐๐๐ ่บาท แปลงข. ราคา ๒,๐๐๐ บาท โจกท์เป็นบุตรผู้ตาย จึงครอบครองต่อมา เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๐๑ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอรับมรดกที่สวนยางทั้งสองแปลง โดยจำเลยที่ ๑ ขอรับอ้างว่านางหม้งทำพินัยกรรมยกให้ ในพินัยกรรมมีชื่อโจทก์เป็นพยานด้วย จึงเป็นพินัยกรรมที่ใช้ไม่ได้ตามกฎหมาย ขอให้พิพากษาแสดงว่าสวนยางตามฟ้องเป็นของโจทก์โดยรับมรดกตกทอดจากนางหม้ง จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า พินัยกรรมชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ก็เป็นคนหนึ่งที่รับทรัพย์ตามพินัยกรรมด้วย ทรัพย์สินตามพินัยกรรมตกเป็นของจำเลยแล้ว แต่โจทก์ละเมิดสิทธิเข้ากรีดยางในสวนยางของจำเลย จึงฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหาย ๖,๙๐๐ บาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า สวนยางเป็นของโจทก์ ๆ ไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นเห็นว่า เอกสาร ล. มิใช่พินัยกรรม แต่เห็นว่าเอกสาร ล. ๑ เป็นหนังสือยกให้อันทำขึ้นโดยสุจริต สวนยางพิพาทได้โอนไปยังจำเลยทั้งสองก่อนนางหม้งตาย จึงมิใช่มรดกที่จะตกทอดมายังโจทก์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อูทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเอกสาร ล. ๑ ทำขึ้นโดยสุจริต และเห็นว่าข้อความในเอกสารเป็นข้อกำหนดการเผื่อตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔๖ แบ้ว เอกสาร ล. ๑ จึงเป็นพินัยกรรม แต่ปรากฏว่า ในพินัยกรรมมีพระภิกษุชุ่มเป็นผู้รับมอบ นายพูนและนางสาวเสงี่ยมลงนามเป็นพยาน เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕๓, ๑๗๐๕ เมื่อตัดนายพูน นาวงสาวเสงี่ยม ออกแล้วเหลือพยานคนเดียวที่เซ็นว่า ต. กลสามัย เท่านั้น จึงฝ่าฝืนมาตรา ๑๖๕๓, ๑๖๕๖ เป็นโมฆะเสียเปล่า ใช้ไม่ได้ตามมาตรา ๑๗๐๕ ไม่มีผลแก่ผู้ร้องรับทรัพย์ จึงฝ่าฝืนมาตรา ๑๖๕๓, ๑๖๕๖ เป็นโมฆะเสียเปล่า ออกแล้วก็เหลือพยานคนเดียวที่เซ็นต์ว่า ต. กลสามัญ เท่านั้น จึงฝ่าฝืนมาตรา ๑๖๕๓, ๑๖๕๖ เป็นโมฆะเสียเปล่า ใช้ไม่ได้ตามมาตรา ๑๗๐๕ ไม่มีผลแก่ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรม จึงพิพากษากลับว่าสวนยางพิพาทเป็นมรดก่ของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ให้ยกฟ้องแย้งจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เอกสาร ล. ๑ ได้ทำขึ้นโดยสุจริต และมีข้อความอันเป็นคำสั่งเผื่อตายเป็นพินัยกรรมแล้ว แต่มีปัญหาว่า เป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์หรือไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕๓ บัญัติว่า ผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรมจะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมไม่ได้ แต่ในพินัยกรรมนี้มีนายพูน โจทก์ และนางเสงี่ยมจำเลยที่ ๒ ลงนามเป็นพยาน ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๕๓, ๑๗๐๕ จึงไม่มีผลแก่บุคคลทั้งสองซึ่งเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรม ทรัพย์ตามพินัยกรรมที่ระบุให้แก่บุคคลทั้งสองต้องตกเป็นของทายาทนางหม้ง คือนายพูน โจทก์ แต่พินัยกรรม ล. ๑ นี้ แม้นายพูนโจทก์และนางสาวเสงี่ยมจำเลยที่ ๒ จะไม่มีสิทธิได้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมก็ตาม แต่สภาพแห่งการเป็นพยานของนายพูนโจทก์ และนางเสงี่ยมจำเลยในพินัยกรรมได้เสียหายไปด้วยไม่ พินัยกรรมนี้จึงมีพยานลงนาม ๓ คน คือโจทก์ นางสาวเสงี่ยม ต. กรรณัฐ เป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์ ส่วนจำเลยที่ ๑ ลงชื่อเป็นผู้รับมอบพินัยกรรม หาได้ลงชื่อเป็นพยานหรือผู้เขียนด้วยไม่ ฉะนั้น พินัยกรรมที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ จึงใสช้ได้ตามกฎหมาย นัยฎีกาที่ ๗๒๐/๒๔๘๙, ๕๒/๒๕๐๑ พิพากษาแก้ว่า เฉพาะสวนยางพิพาทหมาย ก. ท้ายฟ้อง เป็นของจำเลยที่ ๑ ห้ามโจทก์และบริวารเกี่ยวข้อง ส่วนสวนยางพิพาทหมาย ข ท้ายฟ้อง เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 336/2506 นายพูน รัตนพงศ์ โจทก์ พระภิกษุชุ่ม อินทรโชโต ที่ 1 นางสาวเสงี่ยม กุนสามัญ ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพูน รัตนพงศ์ · ล. - พระภิกษุชุ่ม อินทรโชโต ที่ 1 นางสาวเสงี่ยม กุนสามัญ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท สุมาวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · เชื้อคงคากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายแวว ยอดหยุง · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี ลิมปนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5753/2531ฎีกา 1055/2497ฎีกา 359/2521ฎีกา 478/2483ฎีกา 4397/2553ฎีกา 2874/2559ฎีกา 1253/2511ฎีกา 6290/2538ฎีกา 1572/2492ฎีกา 1358/2505ฎีกา 860/2492ฎีกา 1579/2524ฎีกา 4338/2531ฎีกา 4001/2545ฎีกา 387-388/2488ฎีกา 485/2553ฎีกา 4698/2552ฎีกา 3189/2533ฎีกา 636/2490ฎีกา 1193/2520ฎีกา 4136/2529ฎีกา 6161/2534ฎีกา 2072/2522ฎีกา 2890/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา