คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 373-374/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาเฉพาะความผิดสำนวนหนึ่ง คดีในส่วนที่มิได้อุทธรณ์ขึ้นมาจึงเป็นอันเสร็จเด็ดขาด และศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจที่จะรื้อฟื้นขึ้นมาพิจารณาอีกได้
ย่อคำพิพากษา
กรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานนำเงินตราออกนอกประเทศโดยมิได้รับอนุญาตสำนวนหนึ่ง และฐานนำคนต่างด้าวออกนอกราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตอีกสำนวนหนึ่ง และจำเลยอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาเฉพาะความผิดสำนวนแรกซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายต่างกับความผิดสำนวนหลังซึ่งจำเลยมิได้อุทธรณ์ คดีที่มิได้อุทธรณ์ขึ้นมาจึงเป็นอันเสร็จเด็ดขาดแล้ว ฉะนั้นศาลอุทธรณ์ย่อมไม่มีอำนาจที่จะรื้อฟื้นขึ้นมาพิจารณาอีกได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสองสำนวนนี้ศาลรวมพิจารณาพิพากษา
สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจนำเงิน ๑๘,๐๐๐ บาท ออกนอกประเทศไทย ผ่านเขตแดนทางน้ำจะเข้าไปประเทศกัมพูชาโดยมิได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษ
สำนวนที่สอง โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ร่วมกับนายเต็ก แซ่เอี้ยว ซึ่งเป็นคนต่างด้าวออกไปนอกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษ
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นฟังว่า นายหลีจำเลยนำเงินตราออกนอกประเทศโดยมิได้รับอนุญาต พิพากษาให้จำคุกมีกำหนด ๒ เดือน และพิพากษาว่า จำเลยในสำนวนที่สองมีความผิดตามกฎหมายที่โจทก์อ้าง ให้ปรับจำเลยคนละ ๒๐๐ บาท
นายหลีจำเลยผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน
โจทก์ฎีกา
มีปัญหาข้อกฎหมายมาสู่ศาลฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเลยไปถึงสำนวนซึ่งโจทก์จำเลยมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา โดยอ้างว่าเป็นความผิดเกี่ยวเนื่องกันและเป็นเหตุในลักษณะคดี จึงให้ยกฟ้องเสียด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายไสวกับนายหลีในความผิดฐานนำคนต่างด้าวออกนอกราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาต เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ โจทก์จำเลยมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา คงมีอุทธรณ์เฉพาะคดีซึ่งมีข้อหานำเงินตราออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินอันเป็นความผิดตามกฎหมายต่างกัน คดีที่มิได้อุทธรณ์ขึ้นมาจึงเป็นเสร็จเด็ดขาดยุติแล้ว ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่มีอำนาจที่จะรื้อฟื้นขึ้นมาพิจารณายกฟ้องโจทก์ได้
พิพากษาแก้เฉพาะจำเลยในคดีอาญาดำของศาลอุทธรณ์?ี่ ๑๔๙๗/๒๕๐๓ เป็นว่า ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 373 - 374/2506
อัยการจังหวัดตราด โจทก์
นายหลี แซ่เล้า ล.
อัยการจังหวัดตรา โจทก์
นายไสว ชื่นโชติ ที่ 1 นายหลี แซ่เล้า ที่ 2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดตราด · ล. - นายหลี แซ่เล้า · โจทก์ - อัยการจังหวัดตรา · ล. - นายไสว ชื่นโชติ ที่ 1 นายหลี แซ่เล้า ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | คร้าม สิวายะวิโรจน์ · ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตราด - นายช่วง ไชยกุมาร · ศาลอุทธรณ์ - นายเปลี่ยน เริ่มก่อสกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา