⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 419/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2506

ป.พ.พ. ม.237 · ป.วิ.แพ่ง ม.142, 145

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนทำลายสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลที่จำเลยสมยอมกันทำขึ้นเพื่อการฉ้อฉลให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 1 เสียเปรียบได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไป ๑๒,๐๐๐ บาท นำตราจองเลขที่ ๑๒๒ ให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกัน ต่อมาจำเลยทั้ง ๓ สมคบกันหาทางจะไม่ชำระหนี้โจทก์ กล่าวคือ จำเลยที่ ๒ - ๓ ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ต่อศาล อ้างว่าที่ดินตราจองดังกล่าวบิดามารดายกให้จำเลยที่ ๒ - ๓ ก่อนตาย ส่วนจำเลยที่ ๑ ไม่มีสิทธิรับมรดกและรับมรดกไปไม่ชอบ ซึ่งจำเลยที่ ๑ สู้คดีว่า บิดามารดายกที่ดินให้จำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียว ครั้นวันชี้สองสถาน จำเลยที่ ๑ ได้ยอมยกที่ดินแปลงนี้ให้แก่จำเลยที่ ๒ - ๓ โดยขอรับเงินไปเพียง ๘๐๐ บาท ปรากฏตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งเลขแดงที่ ๑๑๕/๒๕๐๒ เป็นการส่อเจตนาให้เห็นว่าจงใจฉ้อโกงโจทก์ ทำให้โจทก์เสียเปรียบในหลักทรัพย์ประกัน ฉะนั้น สัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งแดงที่ ๑๑๕/๒๕๐๒ แม้จะได้กระทำต่อหน้าศาลก็เป็นการทุจริต อาศัยกฎหมายเป็นเครื่องมือ จึงขอให้ศาลพิพากษาสั่งให้เพิกถอนทำลายสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่งจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ - ๓ ในคดีแพ่งแดงที่ ๑๑๕/๒๕๐๒ ให้ที่ดินตราจองที่ ๑๒๒ เป็นของจำเลยที่ ๑ ตามเดิม จำเลยที่ ๑ ขาดนัดให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ - ๓ ให้การว่า บิดามารดายกที่นาพิพาทให้จำเลยที่ ๒ - ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ ถูกตัดมรดก แต่จำเลยที่ ๑ ลอบนำตราจองที่พิพาทไปขอโอนรับมรดกเป็นของจำเลยที่ ๑ เสีย จำเลยที่ ๒ - ๓ จึงได้ฟ้องจำเลยที่ ๑ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนขอโอนรับมรดก ผลสุดท้ายได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อศาล จำเลยที่ ๒ - ๓ ไม่เคยทราบมาก่อนทำสัญญาประนีประนอมว่า จำเลยที่ ๑ นำเอาตราจองไปประกันเงินกู้กับโจทก์ ทั้งไม่เคยสมคบกับจำเลยที่ ๑ หาทางไม่ชำระหนี้โจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้ทำลายนิติกรรมสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้ศาลยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์จะฟ้องให้ศาลเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความหาได้ไม่ และฟังว่าจำเลยที่ ๑ ไม่เคยครอบครองที่พิพาทเลย แต่จำเลยที่ ๒ - ๓ ครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของตลอดมา เชื่อว่าจำเลยที่ ๑ ลักเอาตราจองไปโอนรับมรดกโดยจำเลยที่ ๒ - ๓ ไม่รู้หรือไม่มีทางจะรู้ จำเลยที่ ๑ จึงไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน โจทก์ยึดตราจองไว้จากจำเลยที่ ๑ จึงหาก่อให้เกิดสิทธิในทรัพย์รายพิพาทไม่ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยปัญหาที่ว่า สัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งแดงที่ ๑๑๕/๒๕๐๒ นั้น จำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ - ๓ สมยอมกันทำขึ้นเป็นการฉ้อฉลทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ ๑ เสียเปรียบ และโจทก์จะมีสิทธิขอให้ศาลเพิกถอนทำลายได้หรือไม่ ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ถ้าขอเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ - ๓ สมยอมกันทำขึ้นเพื่อการฉ้อฉลให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ ๑ เสียเปรียบแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนทำลายได้ หาได้ห้ามโจทก์มิให้ฟ้องในกรณีเช่นนี้ประการใดไม่ และฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๒ - ๓ ได้ครอบครองที่พิพาทมาฝ่ายเดียว จำเลยที่ ๑ ลักเอาตราจองไปโอนเป็นของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ - ๓ มิได้เคยทราบมาก่อนว่าจำเลยที่ ๑ เป็นลูกหนี้โจทก์ จำเลยที่ ๒ - ๓ จึงมิได้ทุจริตสมยอมในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความแต่ประการใด จึงฟังได้ว่า สัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งแดงที่ ๑๑๕/๒๕๐๒ นั้น จำเลยที่ ๒ - ๓ ได้กระทำไปโดยสุจริต มิใช่เป็นการสมยอมเพื่อให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ ๑ เสียเปรียบแต่ประการใด โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนทำลายสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2506 นายจ่าง อรุณโรจน์ โจทก์ นายมนัส วงศ์อิน ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจ่าง อรุณโรจน์ · ล. - นายมนัส วงศ์อิน ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำราญ ศิริพันธ์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สอาด นาวีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายหิรัญ สถาปนสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ภูวะปัจฉิม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1079/2497ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2345/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 6058/2538ฎีกา 8747/2558ฎีกา 1959/2529ฎีกา 635/2511ฎีกา 377/2500ฎีกา 2610/2538ฎีกา 310/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา