⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 466/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การวินิจฉัยของศาลที่นอกเหนือไปจากประเด็นที่คู่ความยกขึ้นต่อสู้ ย่อมเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น 2. ข้อตกลงแบ่งแยกทรัพย์สินที่ได้กรรมสิทธิ์ร่วมกัน ย่อมผูกพันคู่กรณี และผู้รับโอนสิทธิเฉพาะส่วนจากคู่กรณี จะบังคับเอาแก่ส่วนของคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ หากตนไม่ใช่บุคคลภายนอกตามกฎหมาย 3. การยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียม

ย่อคำพิพากษา

(1) เมื่อผู้ร้องไม่ได้ตั้งประเด็นว่าได้ครอบครองเป็นส่วนสัดมาเกิน 10 ปี จนได้กรรมสิทธิ์ในส่วนที่ครอบครอง ดังนี้ แต่ศาลไปวินิจฉัยว่าผู้ร้องครอบครองมาเกิน 10 ปี ได้กรรมสิทธิ์โดยทางครอบครองตามมาตรา 1382 ย่อมเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น (2) เมื่อจำเลยและผู้ร้องซึ่งมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันได้ตกลงแบ่งแยกที่พิพาทกันก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยนานแล้ว ข้อตกลงนี้ย่อมผูกมัดผู้ร้องและจำเลยตามมาตรา 1364 โจทก์มีสิทธิบังคับคดีได้เท่าที่จำเลยมีสิทธิอยู่ในที่พิพาทนั้น เพราะโจทก์ไม่ใช่บุคคลภายนอกตามมาตรา 1299 วรรค 2 ไม่มีสิทธิเอาส่วนของผู้ร้องมาขายอทดตลาด (3) การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ซึ่งไม่ใช่ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ตามมาตรา 288 นั้น ไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมค่าขึ้นศาล ฯลฯ ค่าตันสิน ฯลฯ อย่างคดีธรรมดา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1364

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ชนะคดีเรื่องเงินกู้และนำยึดที่ดินเพื่อขายอทดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องว่ามีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ด้วย ๑ ใน ๓ ซึ่งผู้ร้องได้ครอบครองอยู่ทางทิศเหนือเป็นสัดส่วนแล้ว ขอให้งดขายทอดตลาดส่วนของผู้ร้อง ให้ขายเฉพาะส่วนของจำเลยทางทิศใต้ โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นสั่งงดขาย ศาลอุทธรณ์ยกคำสั่งศาลชั้นต้นและให้ไต่สวนคำร้องต่อไป แล้วสั่งใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งให้งดขายทอดตลาด เฉพาะที่พิพาทตอนเหนือเฉพาะส่วนของผู้ร้องที่ครอบครองมา ๑ งาน ๙ วา ๔ ศอก นอกนั้นให้ขายทอดตลาดต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ร้องอ้างเพียงว่าได้ครอบครองอยู่ทางทิศเหนือเป็นส่วนสัด ขออย่าให้ขายส่วนที่ผู้ร้องครอบครองเท่านั้น ผู้ร้องไม่ได้ตั้งประเด็นว่าได้ครอบครองเป็นส่วนสัดมาเกิน ๑๐ ปี จนได้กรรมสิทธิ์ในส่วนที่ครอบครองมานั้น ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้ร้องครอบครองมาเกิน ๑๐ ปี ได้กรรมสิทธิ์ในทางครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น เมื่อโจทก์รับว่าผู้ร้องกั้นรั้วเฉพาะส่วนของผู้ร้อง ๑ ใน ๓ มาประมาณ ๕ ปีแล้ว แสดงว่าผู้ร้องกับจำเลยได้ตกลงแบ่งแยกที่พิพาทกันนานแล้ว ก่อนโจทก์ฟ้องจำเลย ข้อตกลงนี้ย่อมผูกมัดผู้ร้องและจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๔ โจทก์มีสิทธิบังคับคดีได้เท่าที่จำเลยมีสิทธิอยู่ในที่พิพาทเท่านั้น เพราะโจทก์ไม่ได้อยู่ในฐานะบุคคลภายนอกดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ ไม่มีสิทธิจะเอาส่วนของผู้ร้องมาขายทอดตลาด ในกรณีที่ผู้ร้องมิได้ร้องขัดทรัพย์ตามมาตรา ๒๘๘ หากแต่เป็นการขอแบ่งแยกทรัพย์ตามสัญญาที่ผู้ร้องกับจำเลยได้ตกลงกันไว้ กรณีเข้ามาตรา ๒๘๗ จึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๒๘๘ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2506 นายเทียม แซ่เต็ง โจทก์ นางเสงี่ยม สายสรดี ที่ 1 นายสง่า สายสรดี ที่ 2 ล. นางเฉลียว พุ่มพวง ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเทียม แซ่เต็ง · ล. - นางเสงี่ยม สายสรดี ที่ 1 นายสง่า สายสรดี ที่ 2 · ผู้ร้อง - นางเฉลียว พุ่มพวง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์ · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายช่วย สินเกษม · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ชลายน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 770/2535ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3745/2530ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 1413/2508ฎีกา 4832/2536ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 635/2511ฎีกา 2610/2538ฎีกา 805/2506ฎีกา 5494/2541ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา